76 ปี ราชอาณาจักรไทย กับ ประชาธิปไตย (ตกกระไดพลอยโจร) By… Knight of Protect The Kingdom of Thailand



ประชาธิปไตยในความหมายที่เราเข้าใจคืออะไร เสรีภาพ หรืออิสระ อย่างนั้นฤา ในความเป็นจริงนั้นประชาธิปไตยคือ สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ ทุกวันนี้ที่ประเทศชาติวุ่นวายก็เพราะคนไทยรู้จักแต่ สิทธิ เสรีภาพ ทุกคนพยายามเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพกันอย่างเต็มที่ แล้วหน้าที่ล่ะ เคยหันมามองมาสนใจกันบ้างไหม คุณเคยเสียภาษีด้วยความเต็มใจบ้างไหม ทำไมคุณจึงชอบฝ่าฝืนกฎหมายจราจร หน้าที่ของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย คืออะไร การปฏิบัติตามกฎหมายชาหรือไม่ แล้วทำไมสังคมไทยจึงเป็นเช่นนี้
ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่สับสนวุ่นวายในขณะนี้ พร้อมกับการก้าวเข้าสู่ขวบปีที่ 76 ของการปกครองที่เรียกว่าประชาธิปไตยในราชอาณาจักรไทย นับตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ที่เกิดกลุ่มบุคคลที่เรียกตัวเองว่าคณะราษฎร์ ซึ่งประกอบไปด้วย ทหาร พลเรือนบางส่วน ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ได้รับการศึกษาจากตะวันตก ได้นำแนวคิดการปกครองที่เรียกว่าประชาธิปไตยมาใช้ในราชอาณาจักรไทย โดยอ้างเหตุผลที่ว่าต้องการให้ประเทศพัฒนา โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองระเทศ นำมาสู่เหตุการณ์ปฏิวัติครั้งนั้น
ในตอนเช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2475 พระยาพหลพล ซึ่งได้ให้กรมยุทธศึกษาออกประกาศเรียกหน่วยทหารมาฝึกยุทธวิธีที่ลานพระบรมรูปทรงม้า แต่พระยาพหล กลับอ่านประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครอง (จากหนังสือ : คู่มือรัฐประหาร หน้า 38 ) จนในที่สุดเหล่าทหารจึงต้องตกกระไดพลอยโจร ร่วมทำการปฏิวัติไปด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจะกระจายอำนาจให้กับประชาชนในท้องถิ่นอยู่แล้ว พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่า “ข้าพระเจ้าเชื่อว่าประชาชนควรมีสิทธิเสียงในกิจการท้องถิ่น ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นการผิดพลาด ถ้าเราจะมีการปกครองระบอบรัฐสภาก่อนที่ประชาชนจะมีโอกาสเรียนรู้และมีประสบการณ์อย่างดีเกี่ยวกับการใช้สิทธิเลือกตั้งในการปกครองท้องถิ่น” ( จากหนังสือ การเมืองการปกครองไทย หลายมิติ หน้า 157 ) จะเป็นไปได้เชียวหรือที่คณะราษฎร์ ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มคนที่เป็นใหญ่เป็นโตในบ้านในเมืองจะไม่รู้มาก่อน แล้วทำไมคณะราษฎร์ต้องชิงปฏิวัติซะก่อน นั้นก็เพราะว่าคณะราษฎร์กลัวตนเองจะสูญเสียอำนาจต่างหาก แค่การได้มาของประชาธิปไตยมันก็ผิดซะแล้ว คงไม่แปลกที่ประชาธิปไตยของไทยจะเป็นแบบนี้ ในเหตุการณ์วันนั้นถ้าองค์ในหลวงรัชกาลที่ 7 ทรงไม่ยอมจะเกิดอะไรขึ้น ว่ากันว่านองเลือดแน่ๆ แต่พระองค์ทรงเห็นแก่ความสงบสุขของบ้านเมือง และทรงคิดว่าคณะราษฎร์มีความตั้งใจจริง จึงทรงยอมสละพระราชอำนาจของพระองค์
หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยแล้ว สถานการณ์การเมืองในประเทศกลับมีความวุ่นวาย เพียงแค่รัฐบาลชุดแรกก็เกิดรัฐประหารขึ้นเสียแล้ว จึงไม่น่าแปลกที่ต่อมาก็มีรัฐประหารตามมาอีกเรื่อยๆ โดยในการรัฐประหารครั้งต่อๆมาได้มีกลุ่มคณะราษฎร์หลายคนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่อวันเวลาผ่านไปความจริงมันก็เริ่มปรากฏ เมื่อคณะราษฎร์ไม่ได้ทำหลัก 6 ประการ เลือกพวกพ้องตัวเองเข้าไป แทนที่จะดูความเหมาะสม และปราบปรามฝ่ายตรงข้ามโดยไม่เป็นธรรม ทำให้องค์ในหลวงรัชกาลที่ 7 ทรงเรียกร้องให้คณะราษฎร์ทำตามที่พูดไว้ แต่คณะราษฎร์กลับเพิกเฉยไม่ได้สนใจต่อข้อเรียกร้องไม่ ทำให้พระองค์ทรงสละราชสมบัติในที่สุด (จากหนังสือ : การเมืองการปกครองไทย หลายมิติ หน้า 186 )
ความวุ่นวายในช่วงแรกของการเปลี่ยนแปลงแสดงให้เห็นว่า ปัญหาเกิดมาความขัดแย้งกันเองของกลุ่มผู้มีอำนาจ โดยเกรงกลัวว่าตนเองจะถูกโค่นล้ม จนเป็นที่มาของการใส่ความห่ำหั่นกันเองโดยใช้ประเทศชาติและประชาชนเป็นข้องอ้าง การทำรัฐประหารหลายครั้งเป็นการทำเป็นกระชับอำนาจก็ตนเองให้เข้มแข็งขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วรัฐบาลก็จะสนใจแต่การรักษาไว้ซึ่งอำนาจของตน หาได้สนใจที่จะพัฒนา ให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องของประชาธิปไตยไม่ ทำให้การประชาธิปไตยหยุดนิ่ง ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยังไม่มีความเข้าใจ ยังไม่มีความพร้อมพอที่จะรับกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในทางตรงกันข้าม กลุ่มผู้มีอำนาจ และกลุ่มผู้ที่มุ่งจะแสวงหาผลประโยชน์ กลับมีเล่ห์เหลี่ยมมากขึ้น ทำให้ในหลายครั้งประชาชนจึงถูกกลุ่มคนเหล่านี้หลอกใช้ เป็นสะพานที่ตนจะก้าวขึ้นมามีอำนาจแบบไม่รู้ตัว
การเมืองไทยในสมัยต่อมาจนถึงปัจจุบันจึงเป็นการปกครองประชาธิปไตยแบบยัดเยียด จากผู้ที่ต้องการมีอำนาจ โดยใช้ประชาชนเป็นข้ออ้าง เป็นสะพานสู่อำนาจ ประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ จึงต้องตกอยู่ในสภาพตกกระไดพลอยโจร ไม่รู้เรื่องรู้ราว ถูกใช้เป็นเครื่องมือให้เหล่าผู้กระหายในอำนาจหลอกใช้ไปวันๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้เราในฐานะของผู้(ถูกยัดเยียดให้)มีอำนาจคงต้องเป็นฝ่ายที่ต้องแสวงหาความรู้ และทำความเข้าใจกับอำนาจของเราเสียเอง เพื่อที่พวกเราได้ใช้อำนาจ ที่ผู้หวังดีได้นำมาให้เรานั้น จะได้บรรลุจุดประสงค์ที่แท้จริงเสียที ไม่ใช่วนเวียนอยู่แบบ 76 ปี ที่ผ่านมาอีกต่อไป...เอวัง

.........................................................

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงพระราชทานอำนาจให้ปวงชนชาวไทย

13 มิถุนายน 2551


บทความนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นที่เกิดรวบรวมข้อมูลจากหนังสือต่างๆ ผู้เขียนไม่มีเจตนาให้ร้ายผู้ใดทั้งสิ้น


กลับหน้าหลัก