ชีวิตความเป็นอยู่ของช้างไทย ในประเทศไทยมีช้างป่าอยู่แทบทุกจังหวัดที่มีป่าสูง พบมากในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ สระบุรี ปราจีนบุรี และจังหวัดต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคใต้ ช้างป่ามักอยู่รวมกันเป็นฝูงหรือโขลง ในแหล่งที่มีหญ้าและน้ำอุดมสมบูรณ์ อาจพบโขลงช้างตั้งแต่ 30-50 เชือก ถ้าภูมิประเทศแห้งแล้ง จำนวนช้างในโขลงอาจมีเพียง 10-20 เชือก
หัวหน้าโขลงเป็นช้างพลายที่แข็งแรงที่สุด จะทำหน้าที่เดินนำหน้าโขลง คอยปกป้องอันตรายให้แก่ช้างในโขลง ตลอดจนนำไปหาอาหารในแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ ส่วนช้างที่แยกไปอยู่ตามลำพัง เรียกว่า ช้างโทน มักเป็นช้างที่ดุร้าย
ช้างไทยชอบอากาศเย็น จึงมักอาศัยอยู่ตามละเมาะไม้ที่มีห้วยและลำธาร ไม่ชอบแดดจัด ช้างชอบอาบน้ำบ่อย ๆ ลอยคออยู่ในน้ำได้นาน และว่ายน้ำได้ดี ถึงแม้น้ำจะลึกมาก ช้างก็สามารถชูงวงขึ้นหายใจได้สะดวก ในเวลากลางวันที่แดดร้อนจัด ช้างจะหลบตามใต้ต้นไม้ หากอากาศร้อนมากช้างจะใช้งวงล้วงลึกเข้าไปในปาก เพื่อดูดน้ำจากกระเพาะ และพ่นน้ำไปตามลำตัว เพื่อให้ผิวหนังเปียก ลดความร้อนให้แก่ร่างกาย
                                                     

                                                อาหารของช้าง
ช้างเป็นสัตว์ไม่กินเนื้อ อาหารส่วนใหญ่ได้แก่ต้นไม้ใบหญ้า ช้างกินอาหารคิดเป็นน้ำหนักประมาณ 250 กิโลกรัมต่อวัน อาหารของช้างได้แก่
- หญ้า มีหญ้าหลายชนิดที่ช้างชอบ เช่น หญ้าคา อ้อ หญ้าแพรก หญ้าปล้อง หญ้าปากควาย
- ไม้ไผ่ เช่น หน่อไม้ และยอดอ่อนของไผ่ป่า ไม่รวก ไผ่ข้าวหลาม
- เถาวัลย์ เช่น บอดระเพ็ด ส้มป่อย และเถาวัลย์แดง
- ไม้ยืนต้น ช้างชอบกินทั้งเปลือก ใบ และผล เช่น กล้วย อ้อย ขนุน ไทร สัก มะพร้าว มะขาม มะขวิด
- พืชไร่ เช่น ข้าวโพด สับปะรด ฟัก แตงโม มะละกอ
- ดินโป่ง ช้างจะกินดินโป่งเป็นบางเวลา ดินโป่งประกอบด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น โปแตสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม
ช้างป่าชอบกินผลไม้สุก และสามารถจำฤดูที่ผลไม้สุกได้ แม้จะต้องเดินเป็นระยะทางไกล เพื่อมากินผลไม้เหล่านั้นก็ตาม นับได้ว่าช้างมีความจำที่ดีมาก ช้างใช้ปลายงวงเก็บผลไม้ใส่ปากเคี้ยวที่ละลูก หรือบางครั้งก็ใช้หัวชนต้นไม้ เพื่อให้ผลไม้ร่วงลงมาคราวละมาก ๆ แล้วเก็บกินจากใต้ต้น
ช้างที่นำมาเลี้ยงในหมู่บ้านสำหรับใช้งานนั้น คนเลี้ยงจะต้องหาอาหารเสริมที่ช้างชอบ เช่น ข้าวเปลือก กล้วย อ้อย มะละกอ และเติมเกลือลงในอาหาร เพื่อทดแทนดินโป่งที่ช้างเคยกินในป่า บางครั้งยังต้องให้ช้างกินมะขามเปียกปั้นเป็นก้อนใส่เกลือไว้ข้างในด้วย เพื่อใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช้างชอบกินมะขามเปียกมาก ด้วยเหตุนี้เมื่อช้างไม่สบาย คนเลี้ยงจึงมักใช้วิธีใส่ยาไว้ข้างในมะขามเปียกเพื่อให้ช้างกินยาได้ง่ายขึ้น
                                            

                                          ลักษณะของช้างดี ช้างที่มีลักษณะดีจะมีรูปร่างใหญ่โตแข็งแรง หัวโต แก้มเต็ม  หน้าผากกว้าง ดวงตาแจ่มใส ขาแข็งแรง บริเวณกลางหลังจะสูงเล็กน้อย แล้วลาดลงอย่างสม่ำเสมอไปทางหาง ลักษณะของหลังช้างเช่นนี้ เรียกว่า "แปก้านกล้วย" เป็นลักษณะของหลังช้างที่ดีที่สุด เวลายืนหัวจะเชิดขึ้นดูสง่า งามจะยื่นออกมาสม่ำเสมอ ไม่บิดเบี้ยว และไม่ห่างกันเกินไป ชายใบหูเรียบ ไม่ฉีกขาด ช้างที่มีสุขภาพดีจะยืนแกว่งและพับหูไปมาอยู่เสมอ เล็บเท้ามีเหงื่อซึมจากโคนเล็บ สังเกตได้จากรอยเปียกของฝุ่นที่เกาะบริเวณเท้าช้าง
ส่วนช้างที่มีลักษณะไม่ดี เรียกว่าลักษณะต้องเสนียด เสนียดของช้างหมายถึง ลักษณะหรือรูปร่างและท่าทางของช้างที่อาจส่งผลร้ายแก่ผู้เป็นเจ้าของ เช่น ทำให้กิจการขาดทุน หรือเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่เสมอ เสนียดต่าง ๆ เช่น ช้างที่แสดงอาการชูงวงขึ้นสูงและเอางวงยัดเข้าปาก เรียกว่า "กินนมฟ้า" ช้างที่ยืนโยกตัวไปด้านหน้าด้านหลัง ยกหัวขึ้นลงเสมอ และแกว่งขาหลังไปด้วย เรียกว่า "หัวตำข้าว" เป็นต้น ทั้งนี้ เสนียดของช้างอาจแตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น