วงปี่พาทย์มอญ   

            เป็นวงดนตรีที่ได้รับรูปแบบมาจากมอญแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา  สืบเนื่องต่อมาจนถึงสมัยกรุงธนบุรี และเพิ่มเติมเข้ามาในสมัยรัตนโกสินทร์   จากหลักฐานสมัยกรุงธนบุรีปรากฏในหมายรับสั่งงานฉลองพระแก้วมรกต  ความตอนหนึ่งว่า  “ หมื่นเสนาะภูบานพิณพาทย์ไทย ๕  รามัญ ๕  ลาว ๑๒  “ 
             เดิมวงปี่พาทย์มอญเป็นเครื่องดนตรีประจำของชาวรามัญอย่างหนึ่ง  ซึ่งบรรเลงในกรณีต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นงานมงคลและงานอวมงคล  แม้งานฉลองที่ใหญ่โตก็ใช้ปี่พาทย์มอญบรรเลงกัน  ซึ่งคนไทยในสมัยโบราณก็ถือเช่นนั้น  เช่นงานสมโภชพระแก้วมรกตในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี   แต่คนไทยในสมัยปัจจุบันยึดถือกันว่า  ปี่พาทย์มอญใช้บรรเลงได้แต่งานศพเท่านั้น   ที่เป็นดังนี้ก็คงเป็นด้วยสมัยต่อมา  ได้เห็นปี่พาทย์มอญออกบรรเลงแต่งานพระบรมศพ เมื่อออกพระเมรุ ( ซึ่งปี่พาทย์มอญประโคมตลอดเวลา ) เพราะปี่พาทย์ไทย ซึ่งเป็นของหลวงบรรเลงเฉพาะเวลาทรงธรรม์เท่านั้น  เมื่อเห็นดังนี้จึงค่อยเอาอย่างกันมา   ต่อเมื่อมีงานศพท่านผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ     ก็จะหาปี่พาทย์มอญมาประโคมเป็นเกียรติ์ และยึดถือเป็นแบบแผนมาจนถึงทุกวันนี้   อีกประการหนึ่งคงจะเป็นด้วยเสียงเพลงของวงปี่พาทย์มอญมีความไพเราะเยือกเย็น  ระคนเศร้า  เหมาะกับงานศพเป็นอย่างยิ่ง  และเครื่องดนตรีก็มีความสวยงาม แกะลวดลายลงรักปิดทอง  กลมกลืนกับตู่พระธรรม์และเครื่องตั้งศพ    ดังกล่าวปี่พาทย์มอญจึงเป็นวงดนตรีที่นิยมใช้ในงานศพ

วงปี่พาทย์มอญที่แท้และดั่งเดิมนั้น  มีเครื่องบรรเลงเทียบเท่ากับวงเครื่องห้าของไทย คือ
           1.  ปี่มอญ                   
           2.  ระนาดเอก                 
           3.  ฆ้องมอญวงใหญ่            
           4.  ตะโพนมอญ             
           5.  เปิงมาง                  
           6.  โหม่ง  ( ใบเดียว )        


           ต่อมาวงปี่พาทย์มอญได้มีวิวัฒนาการขยายวง  เพิ่มเครื่องดนตรีตามแบบอย่างวงปี่พาทย์ไทย คือ เพิ่มเป็นวงปี่พาทย์มอญเครื่องคู่  และวงปี่พาทย์มอญเครื่องใหญ่ตามลำดับ  ดังนี้


           1. ปี่มอญ
           2. ระนาดเอก
           3. ระนาดเอกเหล็ก
           4. ระนาดทุ้ม
           5. ระนาดทุ้มเหล็ก
           6. ฆ้องมอญวงใหญ่
           7. ฆ้องมอญวงเล็ก
           8. ตะโพนมอญ
           9. เปิงมางคอก              
           10. ฉิ่ง
           11. ฉาบเล็ก
           12. ฉาบใหญ่
           13. โหม่ง ๓ ใบ             


           วงปี่พาทย์มอญได้รับความนิยมมากในเมืองไทย  รูปขนาดของวงได้เพิ่มมากขึ้นโดยเริ่มตั้งแต่วงปี่พาทย์เครื่องใหญ่เพิ่มฆ้องมอญเป็น ๓ ร้าน คือ ฆ้องมอญวงใหญ่ ๒ ร้าน และฆ้องมอญวงเล็ก ๑ ร้าน    และเพิ่มฆ้องมอญเป็น ๔ ร้าน  คือ  ฆ้องมอญวงใหญ่ ๒ ร้าน และฆ้องมอญวงเล็ก ๒ ร้าน          
          ในปัจจุบันวงปี่พาทย์มอญเจริญเติบโตขึ้นมาก  โดยการขยายวงให้ใหญ่ขึ้น  เป็นวงปี่พาทย์มอญวงพิเศษ  มีฆ้องมอญมากขึ้น  บางวงถึง ๑๐ หรือ ๑๕ ร้าน   บางงานต้องสร้างเต๊นเพื่อตั้งวงปี่พาทย์มอญโดยเฉพาะ  ซึ่งภายหลังวงปี่พาทย์วงพิเศษดังกล่าว นอกจากนิยมใช้เป็นเครื่องประโคมในงานศพแล้ว  ยังเป็นเครื่องประดับเกียรติยศของเจ้าภาพไปในตัวอีกด้วย    บางงานถ้าผู้ตายเป็นนักดนตรีอวุโส หรือนักดนตรีที่มีชื่อเสียง  จะมีวงปี่พาทย์มอญวงพิเศษบรรเลงหลายวง 
          นอกจากการเปลี่ยนแปลงโดยการเพิ่มเครื่องดนตรี ( ฆ้องมอญ ) มากขึ้นแล้ว  วงปี่พาทย์มอญยังมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงลักษณะของเครื่องดนตรี  เพื่อให้เหมาะสมเป็นวงปี่พาทย์มอญมากขึ้นอีก กล่าวคือ เปลี่ยนแปลงรูปลักษณะของระนาดเอก  ระนาดทุ้ม และระนาดเหล็กใหม่  โดยการสร้างให้มีลักษณะเหมือนฆ้องวง  เพียงแต่ย่อสัดส่วนให้ต่ำลง  ปัจจุบันเป็นที่นิยมกันมาก  ตามต่างจังหวัดของไทย
 

 

 
 
หน้าแรก ความรู้