งูหลามบอล (Ball Python)

งูบอลไพธ่อนมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Python regius มีถิ่นกำเนิดจากทวีปแอฟริกา โดยพบตั้งแต่แอฟริกากลางไปจนถึงแอฟริกาตะวันตก โดยปกติแล้วงูบอลไพธ่อนมักจะใช้ชีวิตอยู่บนพื้นดินมากกว่าที่จะปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะปีนต้นไม้ไม่เป็น บ่อยครั้งที่พบงูบอลไพธ่อนอยู่บนต้นไม้ก็มี งูบอลไพธ่อนนั้นได้ถูกนำมาเพาะพันธุ์เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงมานานพอสมควรแล้วเนื่องจากนิสัยที่ไม่ก้าวร้าว นอกจากนี้ยังมีสีสันลวดลายสวยงาม อีกทั้งยังมีขนาดไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับงูในกลุ่ม Python ชนิดอื่นๆ ในยุโรปมักจะเรียกงูชนิดนี้ว่า Royal Python ในขณะที่ทางฝั่งอเมริกาจะเรียกว่า Ball Python ซึ่งในเมืองไทยเราก็เรียกชื่อเดียวกับอเมริกา





    ลักษณะทั่วไป

งูบอลไพธ่อนเป็นงูที่มีรูปร่างค่อนข้างสั้นผิดกับงูทั่วไปที่เรารู้จัก ขนาดโดยทั่วไปแล้วมักจะไม่เกิน1.2 เมตร ลำตัวอาจมีสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีเหลืองสด ตัดกับลวดลายสีดำทั่วทั้งตัว โดยงูแต่ละตัวจะมีลวดลายไม่ซ้ำกัน หากเป็นงูที่ได้จากการเพาะพันธุ์ในที่เลี้ยงก็จะมีสีสันและลวดลายที่สวยงามและแปลกตากว่าใน
ธรรมชาติมากแต่สำหรับผู้เลี้ยงในเมืองไทยก็คงได้แต่มองกันตาปริบๆเพราะราคาที่สูงมากและ แทบไม่มีใครเอาเข้ามาจำหน่ายเลย ดังนั้นผู้เลี้ยงในเมืองไทย ก็จะได้เลี้ยงงูบอลไพธ่อนแบบธรรมดาซะเป็นส่วนใหญ่



    ด้านอุปนิสัยใจคอ

นั้น งูบอลไพธ่อนจัดเป็นงูที่เรียบร้อยอีกชนิดนึงเลยก็ว่าได้ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว 99.99 % จะไม่ดุ เต็มที่ก็มีแค่ขู่ๆบ้างพอเป็นพิธีแต่เมื่อได้จับขึ้นมาแล้วก็จะสงบไปเอง และเวลาตกใจหรือกลัวมันจะขดตัวเองให้กลมโดยเก็บส่วนหัวเข้าไว้ด้านใน มองดูแล้วคล้ายกับลูกฟุตบอล จึงเป็นที่มาของชื่อ Ball Python นั่นเอง สำหรับงูที่เลี้ยงมานานจนชินกับผู้เลี้ยงแล้วมักไม่ค่อยขดตัวเท่าไหร่นัก เนื่องจากความเคยชินจากการสัมผัสของผู้เลี้ยง

        อาหารการกิน

ของงูบอลไพธ่อนเป็นเรื่องที่น่าหนักใจที่สุดสำหรับคนที่ไม่อยากทำบาป เนื่องจากบอลไพธ่อนเป็นงูที่กินแต่หนูเท่านั้น (ในธรรมชาติอาจกินสัตว์ฟันแทะอื่นๆด้วย) และเป็นเรื่องยากมากๆที่จะฝึกให้กินเนื้อสัตว์หรือน่องไก่ เพราะฉะนั้นผู้ที่คิดจะหัดให้งูบอลไพธ่อนกินอาหารชนิดอื่นนั้นขอบอกเลยว่าเลิกคิดดีกว่า นอกจากจะทำให้งูไม่ได้กินอาหารแล้วยังทำให้เจ้าของเครียดไปด้วย ดังนั้นจึงต้องถามตัวเองก่อนว่าพร้อมหรือไม่ที่จะเอาหนูขาวให้งูกิน ถ้าทำใจได้ก็ผ่าน


          การเลือกซื้องูบอลไพธ่อน

มาเลี้ยงนั้นให้เลือกร้านที่มีงูให้เลือกหลายๆตัวจึงจะดี การเลือกนั้นผมจะดูจากความสมบูรณ์ของงูเป็นอันดับแรกคือ งูต้องอ้วนไม่ผอมจนเห็นซี่โครงตัวที่ผอมมากๆลำตัวจะเป็นลักษณะสามเหลี่ยมเลยทีเดียว ถ้าเป็นไปได้ให้เจ้าของร้านลองเอาหนูให้งูกินให้ดูเลยก็ดี เพราะถ้าได้งูที่ยอมกินอาหารมาตั้งแต่แรกแล้วก็ไม่ต้องมานั่งเครียดเรื่องงูไม่กินอีก จากนั้นให้ดูว่างูต้องไม่มีน้ำลายไหลเยิ้มออกจากปาก และมีอาการปากปิดไม่สนิทหรือเปล่า ผิวหนังต้องมันเป็นเงาไม่แห้งด้าน ตาต้องไม่ขุ่นมัว ยกเว้นในกรณีที่งูกำลังเข้าคราบตาก็จะขุ่นเหมือนกัน ควรมีการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว มีการแลบลิ้นสัมผัสอากาศเป็นระยะๆ หากได้จับงูขึ้นมาดูด้วยจะยิ่งดี ถ้างูแข็งแรงมันจะไม่อ่อนปวกเปียกขณะที่เรายกขึ้นมา ส่วนเรื่องลวดลายนั้นก็เลือกตามความพอใจของผู้เลี้ยงได้เลย สำหรับผมจะเลือกงูที่มีสีพื้นออกโทนสว่างยิ่งเหลืองยิ่งดี และให้มีจุดดำข้างลำตัวน้อยที่สุดหรือถ้าไม่มีเลยจะดีมาก

 



          เมื่อนำงูกลับมาถึงบ้าน

แล้วยังไม่ต้องรีบร้อนเอางูออกจากถุงผ้าที่ทางร้านใส่มาให้ ให้จัดเตรียมเรื่องสถานที่เลี้ยงเสียก่อน อาจใช้ตะกร้าพลาสติกแบบล็อกได้มาใช้เลี้ยงงูก็ได้ หรือจะใช้กล่องพลาสติกที่มีขายทั่วไปตามห้างมาเจาะรูระบายอากาศก็ใช้ได้ผลดีเช่นเดียวกัน บางท่านอาจใช้ตู้ปลาขนาดพอเหมาะแล้วทำฝาด้ายบนเป็นตาข่ายมาปิดก็สวยงามไปอีกแบบ ทั้งนี้ต้องระวังในเรื่อง ช่อง ร่อง รู ให้ดีเพราะหากมีช่องพอที่งูมุดหัวออกไปได้แล้วล่ะก็ รับรองหนีได้สบายๆ ภายในที่เลี้ยงควรประกอบไปด้วยถ้วยใส่น้ำดื่ม อาจใช้ชามข้าวของสุนัขก็ได้ เพราะว่าน้ำจะไม่หกได้ง่ายหากงูไปเลื้อยทับถ้วยน้ำเข้า สิ่งที่ควรมีอีกอย่างหนึ่งคือ Hide Box เอาไว้สำหรับให้งูได้ซ่อนตัว เพื่องูจะได้รู้สึกปลอดภัยและไม่เครียด Hide Box อาจทำมาจากกระถางดินเผาแตกๆมาคว่ำก็ได้ นอกจากนั้นยังควรมีกิ่งไม้เอาไว้สำหรับให้งูได้ใช้ถูตัวเวลาที่ลอกคราบ ภายในที่เลี้ยงสามารถใช้หนังสือพิมพ์ปูรองพื้นได้ซึ่งก็สะดวกดีในการทำความสะอาด หากงูมีการขับถ่ายก็แค่เปลี่ยนหนังสือพิมพ์ใหม่เท่านั้น เมื่อจัดสถานที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาย้ายเข้าบ้านใหม่กัน หลังจากนำงูปล่อยลงในที่เลี้ยงแล้วควรปล่อยให้งูได้ปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ใหม่สักระยะ คือให้งูได้อยู่เงียบๆสัก 2-3 วันโดยไม่ไปรบกวนงูจะเป็นการดีที่สุด

     การให้อาหาร

นั้น ที่เหมาะที่สุดเห็นจะเป็น หนูขาว หรือหนูถีบจักร นั่นเอง อาจใช้หนูแฮมสเตอร์ขนาดใหญ่ก็ได้สำหรับงูโต (แต่อย่าเอารูปตอนงูกินแฮมสเตอร์ มาโพสในอินเตอร์เนตนะไม่งั้นโดนคนรักแฮมฯตามด่าได้เรื่องนี้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ) โดยให้ปล่อยหนูที่อิ่มลงไปแล้วในช่วงหัวค่ำ ส่วนมากงูจะกินทันทีที่เห็น แต่ถ้างูไม่กินก็ให้เอาหนูออกก่อนเพราะหากทิ้งหนูไว้งูบอลไพธ่อนของท่านอาจโดนหนูแทะเป็นแผลเหวอะหวะได้ อันนี้ไม่ควรประมาทเพราะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาแล้ว จำนวนหนูที่จะให้งูกินนั้นสำหรับลูกงูให้หนูสัก 1-2 ตัวก่อนโดยให้ทีละตัวแล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นตามขนาดของงูที่โตขึ้น สำหรับความถี่ในการให้อาหารนั้น ในลูกงูจะให้สัปดาห์ละครั้ง สำหรับงูโตแล้วสามารถยืดเวลาออกไปอีกได้นิดหน่อย หลังจากที่งูกินอาหารอิ่มใหม่ๆนั่นไม่ควรไปจับงูเล่นเด็ดขาดเพราะจะทำให้งูสำรอกอาหารออกมาจนหมด หากจะจับจริงๆควรรอให้ผ่านไป สัก2 วันก่อน



            การลอกคราบของงูบอลไพธ่อน

ในขณะที่เป็นลูกงูนั้นการลอกคราบจะถี่มากในช่วงปีแรก คือจะลอกคราบเฉลี่ยเดือนละครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาหารที่ได้รับด้วย หากกินมากก็จะลอกคราบถี่ขึ้น ในช่วงแรกของการลอกคราบที่เรียกว่าการเข้าคราบนั้นจะเริ่มจากการที่งูตาขุ่น และไม่กินอาหาร ช่วงที่ตาขุ่นจะกินระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน หลังจากนั้นตาก็จะใสอีก 2-3 วัน จึงจะลอกคราบ คราบของงูที่สุขภาพดีส่วนมากจะต้องลอกออกมาเป็นชิ้นเดียว หากคราบของงูมีลักษณะไม่ต่อกันเป็นชิ้นเดียว แสดงว่างูตัวนั้นค่อนข้างขาดความชื้น ควรเพิ่มความชื้นให้งูโดยการสเปรย์น้ำให้งูในช่วงที่เข้าคราบและมีถ้วยใส่น้ำวางไว้ให้ตลอดเวลา ในช่วงระหว่างที่งูเข้าคราบนี้ไม่ควรไปรบกวนงูเพราะงูจะเครียดและอาจฉกกัดเพื่อป้องกันตัวได้

 


การดูแลทั่วไป

ก็แค่เพียงนำออกมาอุ้มเล่นทุกๆวัน ยกเว้นตอนงู อิ่มๆและช่วงที่งูเข้าคราบ โดยเล่นเฉลี่ยวันละประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อสร้างความคุ้นเคย เก็บและทำความสะอาดทันทีเมื่อเห็นงูขับถ่ายออกมา เก็บคราบของงูที่ลอกแล้วไปทิ้ง อย่าปล่อยเอาไว้ในที่เลี้ยงงูเพราะอาจหมักหมมเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้ เปลี่ยนน้ำในถ้วยทุกวัน เพราะงูมักจะชอบขับถ่ายใส่น้ำบ่อยๆ นำออกมาโดนแดดอ่อนๆในตอนเช้าบ้าง เพื่อให้ระบบการย่อยอาหารของงูสมบูรณ์ ที่สำคัญอย่าลืมงูไว้กลางแดดไม่เช่นนั้นงูอาจร้อนตายได้ นำงูไปอาบน้ำเมื่อเห็นว่าตัวงูสกปรกเพราะงูอาจเลื้อยทับอุจาระของตัวเอง แต่ไม่ควรใช้สบู่ ให้ใช้น้ำสะอาดล้างก็พอ