ของหวาน




บัวลอยเผือก

ส่วนผสม
1. เผือกอย่างดี 1/2    กิโลกรัม
2. แป้งมัน         11/2 ถ้วย
3. มะพร้าวขูดขาว 1/2  กิโลกรัม
4. น้ำตาลทราย 3/4   ถ้วย
5. น้ำตาลมะพร้าว  2  ช้อนโต๊ะ
6. เกลือ                 1  ช้อนชา
7. มะพร้าวอ่อนเอาแต่เนื้อ 1  ลูก
8. ใบเตยหอม      10  ใบ
ลงมือเข้าครัว
1.  นำเผือกไปล้างให้สะอาด ผ่าออกเป็น 4 ซีก 
     นำไปนึ่งประมาณ 40 นาทีจนสุก
     หลังจากนั้นทิ้งไว้ให้เย็นก่อนจึงนำมาปลอกเปลือก 
     จากนั้นนำเผือกที่ปลอกเปลือกแล้วไปตำหรือจะบดก็ได้ 
     กะปริมาณให้ได้เนื้อเผือกบดละเอียดประมาณ 2  ถ้วยตวง พักไว้ก่อน
2.  นำแป้งมันที่เตรียมไว้ไปร่อน นำมาตวงให้ได้ 1/2 ถ้วย 
     หลังจากนั้นเติมน้ำสะอาดลงไป 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน
     เทน้ำเดือดตามลงไปอีก 1/2 ถ้วย คนไปเรื่อย ๆ จนสุก
     แป้งที่ได้จะมีลักษณะใส นำเผือกที่เตรียมไว้ใส่ลงไป 
     เอาไม้พายคนให้เข้ากัน นำแป้งที่ผสมกับเผือกจนเข้ากัน
     แล้วมานวดจนเนื้อแป้งกับเนื้อเผือกเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน 
    นำใบเตยมาคั้นเอาแต่น้ำผสมลงไปเล็กน้อย 
    พอให้มีกลิ่นหอมของใบเตย จากนั้นจึงนำมาปั้นเป็นเม็ดเล็ก ๆ
3. ตั้งน้ำให้เดือด ใส่แป้งที่ปั้นเม็ดกลมแล้วลงไปต้มจนแป้งสุก 
    ตั้งขึ้นแช่น้ำไว้สักครู่ ใส่กระชอนทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ
4. ในส่วนของการทำกะทิเพื่อไว้หยอดหน้านั้น 
     ให้นำมะพร้าวที่เตรียมไว้คั้นกับน้ำสะอาด 1/2 ถ้วย เติมเกลือ 1/2 ช้อนชา 
     นำไปกรองเอาขี้ผงออกก่อน 
     จากนั้นจึงนำไปตั้งไฟ ใช้ไฟอ่อน เมื่อเดือดจึงยกลง
5. นำมะพร้าวที่เหลือเมื่อสักครู่มาคั้นอีกครั้งกับน้ำสะอาด 1 ถ้วย 
    และค่อย ๆ คั้นต่อโดยการเติมน้ำเพิ่มอีก 1 1/2 ถ้วย 
    นำกะทิที่ได้มาผสมกับน้ำตาล คนจนน้ำตาลละลาย 
    กรองด้วยผ้าขาวบาง นำไปตั้งไฟให้เดือด 
    จากนั้นนำแป้งที่พักไว้ลงไปต้มพอเดือด ปิดไฟ ยกลง
6. เมื่อจะรับประทานก็ให้ตักบัวลอยเผือกใส่ถ้วย 
    ใสเนื้อมะพร้าวอ่อนที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ 
     แล้วราดด้วยหัวกะทิที่ทำเตรียมไว้



ฟักทองนมสด

ฟักทองมีสารอาหารบำรุงร่างกายมากมาย
เช่น วิตามินเอ บี ซี และธาตุฟอสฟอรัส 
และที่สำคัญสารเบต้าแคโรทีน 
ที่มีอยู่ในเนื้อสีเหลืองของฟักทอง
ยังมีส่วนช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งได้    
หากกินฟักทองทั้งเปลือกจะได้ฤทธิ์ทางยา 
สามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน
ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเส้นเลือด 
ป้องกันการเกิดเบาหวาน ความดันโลหิต 
นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงตับ ไต นัยน์ตา 
และสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์ที่ตายไป   
นอกจากนี้ฟักทองยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง 
ทำให้ผิวพรรณมีน้ำมีนวล 
เหมาะสำหรับหลังคลอดบุตร ที่ขาดธาตุฟอสฟอรัส
 และเสี่ยงกับการเกิดหน้าท้องลาย 
ส่วนนมสด  เป็นอาหารที่อุดมไปด้วย
สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก 
ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน 
ช่วยในการเจริญเติบโตอีกด้วย  
ส่วนผสม
ฟักทองหั่นแล้ว 1 ถ้วย
นมสด 2 ถ้วย
น้ำตาล 1/2 ถ้วย
น้ำเปล่า 1 ถ้วย
 เกลือ (เล็กน้อย)

   วิธีทำ
   นำฟักทองมาล้างให้สะอาด 
   จากนั้นนำฟักทองมาหั่นเป็นชิ้นบางๆพอดีคำ 
   จากนั้นนำฟักทองที่หั่นแล้ว นมสด น้ำตาล และน้ำเปล่า 
   ใส่ลงในหม้อแล้วตั้งไฟจนสุก 
   อย่าลืมโรยเกลือเล็กน้อยเพื่อให้รสชาติเข้มข้นขึ้น 
   จากนั้นตักใส่ถ้วยให้สวยงามพร้อมเสิร์ฟได้เลย  
   อาจใช้นมสดแบบพร่องมันเนย และใช้น้ำตาลเทียมแทนก็ได้





ขนมปังสังขยา

เครื่องปรุงสังขยาใบเตย
1.ใบเตย 5 ต้น
2.มะพร้าวขูด 1 กิโลกรัม
3.ไข่ไก่แดง 5 ฟอง
4.นมข้นหวาน 1/4 กระป๋อง
5.เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
6.น้ำตาลทราย 150 กรัม
7.แป้งข้าวโพด 20 กรัม 
ลงมือเข้าครัว
1.หั่นใบเตยให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ 
แล้วนำไปปั่นละเอียดเพื่อคั้นน้ำ
2.ใช้น้ำใบเตยนวดกับมะพร้าวขูด 
แล้วคั้นเอาเฉพาะน้ำใส่หม้อ
3.ตั้งหม้อกะทิบนเตาไฟอ่อน ๆ 
เติมไข่แดง นมข้นหวาน เกลือป่น น้ำตาลทรายลงไป
4.คนให้เครื่องปรุงทุกอย่างเข้ากัน 
แล้วเติมแป้งข้าวโพดลงไปกวนด้วย
5.เคี่ยวจนน้ำกะทิเป็นสังขยาเหนียวไม่เป็นเม็ดแป้ง 
จึงยกขึ้นเทใส่ถ้วย
กินกับขนมปังอบร้อน ๆ อร่อยมาก หรือ
บีบสังขยาใบเตยใส่เอแคล 
แล้วนำไปแช่ตู้เย็นให้เย็นจัด กลายเป็นไอศกรีมเอแคล


ขนมปังสังขยา
ส่วนผสม
1.ใบเตย 5 ต้น
2.มะพร้าวขูด 1 กิโลกรัม
3.ไข่ไก่แดง 5 ฟอง
4.นมข้นหวาน 1/4 กระป๋อง
5.เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
6.น้ำตาลทราย 150 กรัม
7.แป้งข้าวโพด 20 กรัม 
1.หั่นใบเตยให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปปั่นละเอียดเพื่อคั้นน้ำ
2.ใช้น้ำใบเตยนวดกับมะพร้าวขูด แล้วคั้นเอาเฉพาะน้ำใส่หม้อ
3.ตั้งหม้อกะทิบนเตาไฟอ่อน ๆ เติมไข่แดง นมข้นหวาน เกลือป่น น้ำตาลทรายลงไป
4.คนให้เครื่องปรุงทุกอย่างเข้ากัน แล้วเติมแป้งข้าวโพดลงไปกวนด้วย
5.เคี่ยวจนน้ำกะทิเป็นสังขยาเหนียวไม่เป็นเม็ดแป้ง จึงยกขึ้นเทใส่ถ้วย
กินกับขนมปังอบร้อน ๆ อร่อยมาก 



แป้งขนมปัง (โปรตีน 13.5-14 %) - 
ยี่ห้อเช่น ตราห่าน ตรายานอวกาศ แป้งจะสีนวลไม่ขาวมาก ใช้ทำขนมปัง พิซซ่า เดนนิสเพสตรี้ ปาท่องโก๋ หมี่กึง

แป้งเค้ก (โปรตีน 7-8.3 %) - 
ยี่ห้อเช่น ตราพัดโบก ตราริบบิ้น แป้งจะสีขาวจัด เนื้อละเอียด เนื้อละเอียด ดูดซึมน้ำได้สูง ใช้หกับขนมที่มีนำตาลในสูตรสูง เช่น เค้ก 

แป้งสาลีชนิดพิเศษ (โปรตีน 8-8.5 %) - 
ยี่ห้อเช่น ตราบัวแดง บัวหิมะ แป้งจะสีขาวจัด ใช้กับขนมที่มีนำตาลในสูตรต่ำ เช่น ซาละเปา คุ้กกี้ ขนมไข่ เอแคร์ สาลี่ 

แป้งสาลีอเนกประสงค์ (โปรตีน 10-11 %) - 
ยี่ห้อเช่น ตราว่าว ตรากบ แป้งจะสีขาวธรรมดา มีคุณสมบัติบางส่วนของแป้งขนมปัง 
แต่ก็มีความอ่อนละเอียดเหมือนแป้งเค้ก ใช้ได้อเนกประสงค์รวมทั้งอาหารด้วย เช่น พาย ปาท่องโก๋ กระหรี่พัฟ โรตี ขนมเป๊ยะ บะหมี่ 

แป้งสาลีทำพาย (โปรตีน 13.4-13.7 %) - 
ยี่ห้อตอนนี้มีแต่ของ UFM ชื่อว่า PI มีโปรตีนสูง ช่วยให้คลึงง่าย ใช้ทำ พายชั้น ครัวซองค์ เดนนิส




ขนมฝักบัว

ส่วนผสมแป้ง
แป้งข้าวเจ้า 1  กก.
(แป้ง 1 กก. จะทอดขนมฝักบัวได้ 30-40 ชิ้น)
แป้งข้าวเหนียว 250 กรัม 
น้ำตาลปี๊บ และน้ำเปล่าพอประมาณ 
ลงมือเข้าครัว
   ผสมแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า และน้ำเปล่าให้เข้าด้วยกัน 
   จากนั้นค่อยละลายน้ำตาลปี๊บลงไปให้เข้ากัน 
   ตั้งกระทะ ไฟท่วม รอให้ไฟร้อนพอประมาณ 
   ตักแป้งขนมฝักบัวประมาณ 1 ทัพพี
   หยอดลงไปตรงกลางกระทะ 
   จากนั้นแป้งจะค่อย ๆ  สุก และลอยขึ้นมาเอง 
   โดยแป้งที่สุกแล้วจะนูนตรงกลาง ลักษณะคล้าย ๆ ไข่ดาว
   “สำคัญอยู่ที่ความร้อนของน้ำมัน  
   หากใช้ไฟแรงมากเกินไปขนมฝักบัวจะไหม้  
   ถ้าไฟอ่อนเกินไป ขนมก็จะไม่สวย และไม่อร่อย  ด้วย”


ถังแตก

ส่วนผสมแป้ง
แป้งข้าวเจ้า 4 กก.  
น้ำเปล่า น้ำตาลปี๊บ 
และมะพร้าวขูดพอประมาณ  

   ลงมือเข้าครัว
   ผสมส่วนผสม 3 อย่างยกเว้นมะพร้าวให้เข้ากัน 
   โดยที่สัดส่วนของน้ำ และน้ำตาลปี๊บ 
   กะเอาให้พอประมาณ อย่าให้เหนียว หรือเหลวเกินไป 
   ส่วนมะพร้าวขูดฝอยนั้นใส่เป็นอันดับสุดท้าย 
   ในสัดส่วนที่พอประมาณเช่นกัน 
   ตักแป้งประมาณ 2 ทัพพี ลงในพิมพ์ถังแตกบนเตาไฟ 
   โดยพิมพ์ต้องทาน้ำมันไว้เรียบร้อยแล้ว 
   ค่อย ๆ ละเลงแป้งให้กระจายให้ทั่วพิมพ์ 
   ปิดฝา ทิ้งไว้สักพักรอให้แป้งสุก
   จากนั้น ใส่มะพร้าวขูดฝอย และน้ำตาลทราย เป็นขั้นสุดท้าย 
   แล้วค่อย ๆ ใช้ที่แซะขนมแซะขึ้นมาและพับครึ่ง 


ขนมรังผึ้ง
ส่วนผสมแป้ง
 แป้งสาลี 1 กก. 
(ทำขนมรังผึ้งได้ประมาณ  35 แผ่น)
น้ำตาลปี๊บ 1 กก.
น้ำตาลทราย  500 กรัม
ไข่ไก่ 5-6 ฟอง  
และน้ำเปล่าพอประมาณ 

   ลงมือเข้าครัว
   ผสมส่วนผสมดังกล่าวให้เข้ากัน 
   โดยใช้สูตรเดิม คืออย่าให้ข้นหรือเหลวจนเกินไป 
   จากนั้นตักแป้ง 1 ทัพพี ลงบนพิมพ์ขนมรังผึ้ง ที่ทาน้ำมันไว้เรียบร้อยแล้ว  
   แล้วปิดพิมพ์ลง เมื่อด้านหนึ่งแป้งสุก ก็ค่อยพลิกอีกด้าน
   เมื่อแป้งสุกทั้ง 2 ด้าน ก็ค่อย ๆ แซะขนมรังผึ้งออกมา 
   โดยตัดขอบแป้งที่เกรียมออกทิ้ง 


วาฟเฟิล
ส่วนผสมแป้ง
แป้งสาลี 250 กรัม
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
ผงฟู 1? ช้อนชา
เกลือ ? ช้อนชา
นมสด 375 มิลลิลิตร
เนยจืดละลาย 30 กรัม
ไข่ 2 ฟอง
ลงมือเข้าครัว
1.ร่อนแป้ง น้ำตาล ผงฟู เกลือ ให้เข้ากันในอ่างผสมใบที่ 1
2.ในอ่างผสมใบที่ 2 ผสมไข่ เนยละลาย และ นมสด ให้เข้ากัน 
แล้วจึงค่อยๆเทส่วนผสมทั้งหมดลงในอ่างผสมใบที่ 1 
และคนไปพร้อมๆกัน
3.อุ่นแม่พิมพ์วาฟเฟิลให้ร้อนพอประมาณ 
ทาไขมัน หรือ เนยขาว ลงไปบนแม่พิมพ์
4.เทส่วนผสมของวาฟเฟิลที่ผสมเสร็จแล้วลงบนแม่พิมพ์ 
อบจนเนื้อนอกของวาฟเฟิลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง
5.เสิร์ฟกับเนยสดที่ตีให้ขึ้นฟูแล้ว (วิปบัตเตอร์) 
พร้อมกับ น้ำผึ้ง หรือ เมเปิ้ลไซรัป (น้ำเชื่อมเมเปิ้ล) 




ขนมเครป



ขนมเครปญี่ปุ่น

ส่วนผสมแป้ง
ไข่ไก่ 10 ฟอง น้ำตาลทราย 1.5 ถ้วย (300กรัม) วานิลา 15 ลิตร น้ำมันพืช 60 มิลลิลิตร เกลือ 1 ช้อนชา นมสด 1 กล่องลิตร แป้งสาลีเอนกประสงค์ 8 ถ้วยตวง เนยสด (ทาแผ่นแป้ง)
ส่วนผสมไส้
- แยมรสผลไม้ต่าง ๆ
- ลูกเกด
- หมูหยอง แฮม ไส้กรอก จะราดด้วยซอสมะเขือเทศหรือมายองเนส
	o  เผือกกวนเหลว 
	o น้ำพริกเผากับหมูหยอง 
	o น้ำผึ้งกับมะม่วงหิมพานต์ 
	o กล้วยกับซ๊อกโกแลต 
ลงมือเข้าครัว
1. ผสมไข่ไก่ น้ำตาลทราย วานิลา น้ำมันพืช เกลือ 
ใช้ที่ตีไข่ตีให้ละลายเข้ากัน 
2. ใส่นมสดและแป้ง ตีให้เข้ากัน 
(ถ้าเหลวเกินไป เติมแป้งได้อีกเล็กน้อย 
3. วอร์มเตาโดยใช้ความร้อน ประมาณ 150- 180 องศาเซลเซียส 
4. ใช้ทัพพีกลมตักแป้งใส่ตรงกลาง 
ใช้ไม้ปาดเครปวางตรงกลางแป้งค่อย ๆ 
ปาดแป้งโดยหมุนเป็นวงกลม 

5. ทาเนยบนแผ่นแป้ง พอสุกใส่ไส้ต่าง ๆ ตามที่ต้องการ 
ใช้เกรียงแซะขอบแผ่นแป้งให้พับขึ้นมาเป็นรูปครึ่งวงกลม 
แล้วพับทบกันให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม ตักใส่ถุงเครป 


ขนมเครปของ ครัวไกลบ้าน
ส่วนผสมแป้ง (ทำได้ 6 แผ่น)
1.ไข่ 2 ฟอง, นมสด, ครีม, น้ำตาล, แป้งสาลี และกลิ่นวนิลลา
ลงมือเข้าครัว 2. ตีไข่ 2 ฟองกับน้ำตาลประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ 3. ตีครีม 1/2 ถ้วยตวง และนม 1/2 ถ้วยตวง ให้เข้ากัน เติมแป้งสาลี 4 ช้อนโต๊ะ และกลิ่นวนิลลา คนจนเนื้อเหนียว เข้ากัน 4. ตั้งกระทะไฟปานกลาง ทาเนยไปนิดหน่อย ก่อนตักส่วนผสมที่ตีไว้ เทลงไป 1 ทัพพี 5. เอียงกะทะวนไปมา เพื่อให้แป้งเป็นแผ่นกลม 6. เลาะขอบ และเช็คดูด้านล่างอย่าให้ไหม้ 7. พอมีสีเหลืองๆสุกแล้ว ก็พับครึ่ง 8. พับอีกครึ่งนึง 9. ขนมเครป 6 แผ่น 10. ทาเนยด้านบน และราดด้วยน้ำผึ้งหรือชอคโกแลต


ขนมเครปของ Chef ชื่อGale จาก FoodTV
ส่วนผสมแป้ง
ไข่ 2 ฟอง นม 1/2 ถ้วย เกลือ 1/2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา แป้งเอนกประสงค์ 1/2 ถ้วย

   ลงมือเข้าครัว
1. ตีไข่กับนมเข้าด้วยกัน เติมเกลือ น้ำตาลทรายและแป้ง 
ผสมให้เข้ากัน ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
2. ตั้งกะทะ ใส่เนยนิดหน่อย 
ใส่แป้งที่ผสมไว้ลงไปตรงกลาง
และเอียงกะทะให้แป้งแผ่ออกเป็นวงใหญ่และบาง 
พอสุกกลับอีกด้าน ตักใส่จานทานกับวิปครีมหรือ Syrup 


ขนมเครปของAlton Brown จาก FoodTV
ส่วนผสมแป้ง
ไข่ 2 ฟอง นม 3/4 ถ้วย น้ำ 1/2 ถ้วย แป้งเอนกประสงค์ 1 ถ้วย เนย 3 ช้อนโต๊ะ(ใส่ไมโครเวฟให้ละลายหรือตั้งไฟ) เนยสำหรับทอดเครป
ลงมือเข้าครัว
1. ใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงในเครื่องปั่น 
กดปุ่ม pulse ประมาณ 10 วินาที(หรือใช้ตะกร้อมือตี) 
เทส่วนผสมที่ได้ลงในถ้วย
แล้วแช่ตู้เย็นไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง
(เพื่อช่วยลดฟองอากาศและช่วยไม่ให้เครปฉีกขาดในขณะที่ทอด)
2. ทำเช่นเดียวกับสูตรแรก


ขนมเครปของแม่ปูขาเก เซมารุ
ส่วนผสมแป้ง (เครปประมาณ 12 ชิ้น)
ไข่ไก่ 3 ฟอง นม 1.5 ถ. แป้งสาลีเอนกประสงค์ 1 ถ้วย ไม่ต้องร่อน น้ำตาลทรายขาว 1 ชต. เกลือ 1/4 ชช เนยละลาย 2 ชต.
ลงมือเข้าครัว
1. นำส่วนผสมทั้งหมดรวมกันในเครื่องปั่น 
แล้วปั่นให้เข้ากัน 
2. จากนั้นก็เอาใส่ตู้เย็นหมักแป้งไว้สักครึ่ง-หนึ่งชั่วโมง หรือค้างคืน
3. พอหมักได้ที่แล้วก็เอากระทะ(ขนาดแปดหรือเก้านิ้ว)
ตั้งไฟปานกลาง ทาเนยให้ทั่วกระทะ
4. พอกระทะร้อนก็ตักแป้ง1/3 ถ้วย หรือชิ้นเล็กหน่อยก็ 1/4 ถ. 
เทลงในกระทะแล้วจับกระทะกรอกๆหมุนให้แป้งแผ่เต็มกระทะ 
ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 45 วินาที
5. คอยกลับด้าน ใช้เวลาแค่ครึ่งเดียวจากเวลาที่ทอดครั้งแรก
6. รับประทานกับมามาเล็ดส้ม และ ครีมชีส 
วิธีทำครีมชีส 
ตีชีส (น้ำตาล 1 ชต.ต่อครีมชีส 5 ออนซ์) ที่ผสมวานิลา 2-3 หยด 


ขนมเครปดัดแปลง
ส่วนผสมแป้ง
แป้งสาลี ครึ่งถ้วย นมสดหรอวิปปิ้งครีม ครึ่งถ้วย หรือมากกว่าก็ได้ถ้าแป้งข้นเกินไป ไข่ไก่ ๑ ฟอง น้ำตาล ๑/๒ ชอ้นโต๊ะ เกลือนิดหน่อย
ลงมือเข้าครัว
คนรวมกันแล้วก็พักไว้ซักครู่ 
ค่อยนำมาทอดในกระทะเทปล่อน ทาเนยนิดหน่อย



‘แซนด์วิชเนยสด’

ส่วนผสม
วัสดุอุปกรณ์ กระทะเทปล่อน หรือกระทะแบน, เตาแก๊ส, กะละมัง, เขียง, คีมคีบขนม, ส้อม, ถาด และอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้เบ็ดเตล็ด อื่น ๆ ที่สามารถหยิบฉวยเอาได้จากในครัวเรือน ส่วนผสม ขนมปังแซนด์วิช (ควรเลือกใช้ขนมปังที่ใหม่ สด และนิ่ม) , เนยสดรสเค็ม, กลิ่นวานิลลา, ไข่ไก่, นมข้นจืด, ชีส, มายองเนส, แฮม, เบคอน, ปูอัด, ทูน่า, ข้าวโพด, น้ำตาลทราย, เกลือป่น ฯลฯ
วิธีทำ
1.นำขนมปังแซนด์วิช 5 แถวมาตัดขอบออกให้หมด ให้เหลือแต่สีขาว พักตั้งไว้ในถุงขนมปัง
2.ขั้นตอนการทำไส้ 
-ไส้ข้าวโพด นำข้าวโพดจำนวน 4 ฝักไปต้มให้สุก แล้วมาฝานเอาแต่เนื้อ 
นำมาผสมกับน้ำตาลและเนย ตั้งไฟอ่อนสักครู่ก็ยกลงเป็นอันเสร็จ
-ไส้แฮม ปูอัด และเบคอน นำไปลวกน้ำร้อนสักครู่ 
แล้วนำไส้แต่ละอย่างไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ขนาดตามต้องการ ใส่ภาชนะแยกให้เรียบร้อย 
-ไส้ทูน่า เพียงแค่บีบเอาน้ำเกลือออกจากเนื้อปลาทูน่า 
ขณะที่ ชีส ก็นำมาหั่นเป็นชิ้นตามขนาดที่ต้องการ
 3.ขนมปังแซนด์วิชที่ตัดขอบเรียบร้อยแล้ว  
นำมาแบ่งเป็น 2 ส่วน  เท่า ๆ กัน 
ทามายองเนสให้ทั่วทั้ง 2 ส่วน  ตักไส้ที่เตรียมไว้วางลงตรงกลางในส่วนที่ 1 
นำขนมปังส่วนที่ 2 มาประกบติดกัน
 4.ขั้นต่อไปเตรียมนำขนมปังที่ใส่ไส้เรียบร้อยแล้วมาชุบไข่  
โดยในส่วนผสมของไข่ที่ชุบจะประกอบด้วย ไข่ไก่  20  ฟอง 
กลิ่นวานิลลา 3-4 หยด  เนยสดละลาย 7-8 ช้อนโต๊ะ 
เกลือเล็กน้อย (เพราะจะมีความเค็มจากเนยอยู่แล้วด้วย) 
ตามด้วยนมข้นจืดพอประมาณ จากนั้นก็ตีให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน 
 
5.นำขนมปังที่ใส่ไส้ต่าง ๆ เรียบร้อบแล้วมาชุบไข่จนหมด 
พักตั้งไว้สักครู่ เพื่อให้ส่วนผสมของไข่ซึมเข้าขนมปังได้ดี 
แล้วจึงนำไปทอดในกระทะแบน ๆ หรือกระทะเทปล่อน
 “การทอดต้องทอดด้วยเนยสดละลาย ใช้ไฟอ่อน ๆ” 
ทอดจนเหลืองเกรียมเล็กน้อย เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย
 







ขนมโตเกียว



ขนมโตเกียวไส้ครีมสูตรเดิม
สูตรเดิมของ คุณแม่จีจี้ (Yuki san)
ส่วนผสมแป้ง
แป้งสาลีร่อนแล้ว 2 ถ้วยตวง
ไข่ไก่ 2ฟอง
นมสด 2ถ้วยตวง
ผงฟู 3-4 ช้อนชา 
เกลือ 1/4 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1/2ถ้วยตวง
เนยละลาย 2ช้อนโต๊ะ
วนิลา 1ช้อนชา 
ลงมือเข้าครัว
1. เริ่มด้วย ร่อนแป้งสาลี กับผงฟู รวมกันแล้วพักไว้
2. ตีไข่ให้ขึ้น แล้วค่อยๆใส่น้ำตาลจนหมด
 และเทเกลือผสมลงไป
3. เทแป้งที่ร่อนไว้ ค่อยๆเททีละนิด
 แล้วคนสลับกับนมเรื่อยๆจนหมด
4. ใส่เนยละลาย และวนิลา พักไว้ ประมาณ 20นาที 
จะได้แป้งที่มีฟองอากาศปุดๆๆเต็มไปหมด
วิธีทำ ขนมโตเกียว 
1. ใช้กระทะเทฟล่อน แบบแบนและกว้าง ตั้งไฟอ่อน 
2. ใช้ทัพพีก้นลึกตัก ส่วนผสมแป้ง หยอดลงไปในกระทะ 
เอาทัพพีละเลงแป้งเป็นวงๆเบาๆ
3. รอจนแป้งเริ่มสุก (มีรูๆปุดๆขึ้นเต็ม) ใส่ครีมคัสตาร์ดไว้ตรงกลาง
4. ค่อยๆพับ ทีละ 1/3 ใช้ส้อมช่วย 
5. พับให้ได้สามครั้ง แล้วแซะออกจากเตา 
ส่วนผสม ตัวครีม

ไข่แดง 3 ฟอง
น้ำตาล 1/2ถ้วยตวง
แป้งสาลี 3 ช้อนโต๊ะ
นม 1 1/2 ถ้วยตวง
วนิลา

วิธีทำ ตัวครีม

1.ใส่ ไข่แดง น้ำตาล แป้ง นม ทั้งหมดรวมกัน ในหม้อ
2.ตั้งไฟ อ่อนๆ คนให้เข้ากันเรื่อย 
จนแป้งเริ่มเกาะตัวกันและเหนียวขึ้น 
คนไปจนเดือด แล้วคนต่ออีก 1 นาที
3.ปิดไฟเอาออกจากเตาเหยาะกลิ่นวนิลา
(สักพักแป้งจะเกาะตัวกันหนืดขึ้น)




ขนมโตเกียว
ส่วนผสมแป้ง
แป้งสาลี 1.5 กิโลกรัม
ไข่ไก่ 10 ฟอง
นมสด 1 กระป๋องนม
ผงฟู 15 กรัม
น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
เกลือป่น 1 ช้อนชา
ลงมือเข้าครัว
นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมรวมกันในกะละมัง 
ใช้มือนวด คลุกเคล้าให้เข้ากัน 
เมื่อนวดแป้งได้ที่แล้ว แบ่งแป้ง 250 กรัมไว้ทำไส้ครีม 
ส่วนที่เหลือคือแป้งทำขนมโตเกียว
วิธีทำ ขนมโตเกียว 
1. ใช้ทัพพีกลมตักเนื้อแป้งที่เตรียมไว้หยอดลงในกระทะ 
ใช้ก้นทัพพีละเลงแป้งเป็นรูปวงกลม
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 1/2 นิ้ว
2. หากเป็นไส้ไข่นกกระทา ให้ตอกไข่ลงบนแป้ง เมื่อแป้งและไข่สุก 
ใส่หมูบดสุกลงไปเล็กน้อย โรยพริกป่น 
แต่ถ้าเป็นไส้ครีมและไส้ไส้กรอก 
เมื่อแป้งสุกจึงตักไส้ใส่ลงไป
3. ใช้เกรียงแซะแผ่นแป้งทางด้านล่าง 
พร้อมกับม้วนแป้งให้ปิดไส้ 
วิธีทำไส้ครีม
 นำแป้งที่นวดแล้ว 250 กรัม ใส่หม้อตั้งไฟอ่อนๆ 
เคี่ยวพร้อมกับน้ำตาลทราย 500 กรัม เนยสด 125 กรัม 
เคี่ยวจนกระทั่งส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน 
จะได้ไส้ครีมเนยหากต้องการทำไส้ครีมใบเตย 
ให้แบ่งไส้ครีมเนยมาครึ่งหนึ่ง 
แล้วนำใบเตย ประมาณ 3-4 ใบ 
บดให้ละเอียด ใส่น้ำ 1/3 ถ้วยตวง 
ผสมกับใบเตยบด คั้นเอาเฉพาะน้ำ 
นำครีมเนยที่แบ่งไว้ขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ 
เทน้ำใบเตยลงไปผสม
เคี่ยวจนเป็นเนื้อเดียวกัน จะได้ไส้ครีมใบเตย
วิธีทำไส้ไส้กรอก
นำไส้กรอกประมาณ 1 กิโลกรัมมาหั่นเป็นท่อน ๆ ละ ประมาณ 1 นิ้ว

วิธีทำไส้ไข่นกกระทา
ใช้ไข่นกกระทาประมาณ 50 ฟองพริกไทยป่น 1 ขวดเล็ก 
และนำหมูบดประมาณ 250 กรัม มาลวกในน้ำเดือดจนสุก








ขนมมันทิพย์

ส่วนผสมแป้ง
มันสำปะหลัง  หัวใหญ่ 
ข้าวโพดต้ม
หัวกะทิผสมกับน้ำตาลและเกลือ
ลงมือเข้าครัว
เริ่มจากนำมันสำปะหลังมาหั่นเป็นท่อน ๆ 
ปอกเปลือกออก 
ผ่าเอาแกนกลางหรือไส้ออกทิ้งไป 
เฉาะเป็นชิ้น ๆ  ขนาดไม่ใหญ่และเล็กจนเกินไป 
 แล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด 
ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ 
ใส่น้ำในลังถึงประมาณครึ่งหม้อ 
นำขึ้นตั้งไฟ ใช้ความร้อนค่อนข้างสูง 
เมื่อน้ำเดือดพล่านนำมันสำปะหลังที่เตรียมไว้
เรียงใส่ลังถึงชั้นบน 
ซึ่งรองไว้ด้วยผ้าขาวบาง ปิดฝาให้สนิท 
แล้วค่อย ๆ ลดไฟลงปานกลาง 
นึ่งนานประมาณ 25-30 นาที จนมันสำปะหลังสุก 
แล้วจึงเอามาตำในขณะที่ยังร้อน ๆ อยู่ 
โดยใช้ไม้พาย และช้อนส้อมคุ้ยให้ซุย
 เสร็จแล้วหั่นข้าวโพดต้มใส่ตามลงไป
ผสมคลุกเคล้ากับมัน 
ทำการนวดผสมให้เข้ากัน พักไว้   
จากนั้นนำหัวกะทิผสมกับน้ำตาลและเกลือ 
นำขึ้นตั้งไฟเคี่ยว  
เสร็จแล้วค่อย ๆ  เทใส่ในมันนึ่งกับข้าวโพดที่เตรียมเอาไว้ 
แล้วทำการนวดอีกครั้ง 
เมื่อนวดเข้ากันดีแล้วตั้งพักไว้ประมาณ 15-20 นาที  
เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันดี 
ขั้นตอนต่อไปคือการนำมาปั้นให้เป็นลูกกลม ๆ พอประมาณ 
กะให้ใหญ่กว่าลูกปิงปองนิดหน่อย 
และนำไปปิ้งด้วยไฟอ่อน ๆ อีกที พอเหลืองหอม
“เคล็ดลับสำคัญในการทำอยู่ที่มันสำปะหลัง  
คือต้องเลือกหัวใหญ่ ๆ  
เพราะเนื้อจะอร่อยกำลังดี และ
การนึ่งมันสำปะหลัง
จะต้องต้มน้ำให้เดือดพล่านเสียก่อน
จึงนำขึ้นนึ่ง เพราะมันสำปะหลัง
ถ้านึ่งนานมันจะยิ่งเกาะเหนียว ทำให้ ไม่อร่อย”




ลอดช่องมะละกา
ส่วนผสม
1.น้ำหัวกะทิสด 2 ขีด
2.น้ำตาลปึก (น้ำตาลโตนด) 1 ขีด
3.ลอดช่องสีเขียวใบเตย 1 ขีด 
4.ถั่วแดงต้มเชื่อม 1 ขีด
5.ทุเรียนกวน 1 ขีด
6.น้ำแข็งไสละเอียด 1 กิโลกรัม
วิธีทำ
1.เวลาซื้อกะทิที่ตลาดบอกแม่ค้าว่าต้องการหัวกะทิไม่ผสมน้ำ 
จะได้หัวกะทิเข้มข้น เอาน้ำตาลปึกใส่หม้อแล้วเทหัวกะทิลงไป
 ใช้มือขยำจนกะทิและน้ำตาลเข้ากันเป็นน้ำกะทิสด
2.ใช้ทุเรียนกวนอย่างดีไม่หวานมาก ค่อย ๆ ยีให้เละ
แล้วรินน้ำเย็นเติมลงไปทีละน้อย จนเป็นน้ำทุเรียนกวนข้น ๆ
3.เวลากินตักน้ำทุเรียนกวนรองไว้ข้างล่าง 
ใส่น้ำแข็งไสทับข้างบน แล้วราดน้ำกะทิสดบนน้ำแข็งอีกชั้นหนึ่ง 
จึงตักถั่วแดงต้มน้ำตาล ลอดช่องใบเตย ไว้ข้างบน 


เฉาก๊วยทรงเครื่อง

ส่วนผสม
1.น้ำเปล่า (น้ำกรอง) 1 หม้อใหญ่ 
ต่อต้นหญ้าจีน (หญ้าเฉาก๊วย) 6.5 กก. 
(ได้ตัวเฉาก๊วย 15 กก.)
วิธีทำ
1. การทำก็ล้างหญ้าเฉาก๊วยให้สะอาด 
ก่อนที่จะต้มน้ำกับหญ้าเฉาก๊วยแห้งในระยะเวลาหนึ่ง 
2.ให้กรองน้ำเฉาก๊วยเอาแต่น้ำออกมาเคี่ยวกับไฟที่ร้อนพอดี ๆ 
3.วิธีเคี่ยวจนเหนียว ซึ่งใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง 
4. เมื่อเคี่ยวตามเวลาแล้วก็ต้องทิ้งไว้ 1 คืน 
ในอุณหภูมิที่เย็นพอดี ๆ เพื่อให้เฉาก๊วยอยู่ตัว 
5. ตัดเฉาก๊วยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ 
ของเชื่อมประกอบด้วย: 
- แป๊ะก๊วย รากบัว และถั่วแดง 
-ส่วนที่เชื่อมสำเร็จมาแล้วคือ พุทรา และลูกชิด
(1) รากบัวเชื่อม
รากบัวดิบ 10 กก. ต้มกับน้ำให้สุก  เทน้ำทิ้ง 
และล้างให้สะอาดอีกครั้งแล้วหั่นเป็นแว่น ๆ 
นำไปเชื่อมโดยใช้น้ำตาล ทราย 1 กก. 
ส่วนสัดส่วนน้ำนั้นก็กะเพียงแค่น้ำท่วมรากบัว 
แล้วเชื่อมไปเรื่อย ๆ
(2) แป๊ะก๊วย  ถั่วแดง พุทรา และลูกชิด เชื่อม
ลูกแป๊ะก๊วยดิบ และถั่วแดงดิบ อย่างละ 3 กก. 
เชื่อมกับน้ำตาลทราย 2 กก. 
โดยจะต้องต้มลูกแป๊ะก๊วยดิบ และถั่วแดให้สุกก่อน  
เทน้ำทิ้ง และล้างให้สะอาด 
ก่อนจะเข้าขั้นตอนการเชื่อม 
“เชื่อมแล้วก็ต้องทิ้งไว้ 1 คืนเช่นกัน 
และของเชื่อมทุกอย่างไม่เน้นหวานมาก 
เพราะพุทรา และลูกชิดหวานมากอยู่แล้ว” 
ส่วนน้ำที่ราดเฉาก๊วยทรงเครื่องนั้น 
ใช้น้ำเชื่อมและน้ำลำไย ซึ่งน้ำเชื่อมนั้นใช้น้ำตาลทราย 2 กก. 
ต้มกับน้ำสะอาดค่อนหม้อขนาดกลาง 

ส่วนน้ำลำไยใช้เนื้อลำไยอบแห้ง 0.5 กก. 
ต้มกับน้ำสะอาดค่อนหม้อขนาดกลาง 

จะใช้รากบัวกับพุทราจีนอย่างละ 2 กก. 
แป๊ะก๊วย ถั่วแดง และลูกชิด อย่างละ 1.5 กก. 
และน้ำแข็งบดอีก 6 กั๊ก  
วิธีรับประทาน
ตักเฉา ก๊วย 1 กระบวยเล็ก ต่อรากบัว 1 ชิ้น, พุทรา 1 ลูก, 
แป๊ะก๊วย ถั่วแดง และลูกชิด 
อย่างละ 1 ช้อน (ช้อนตักขนม) 
ราดด้วยน้ำเชื่อม และน้ำลำไย (ใส่เนื้อลำไย 2-3 เม็ด) 
ราดหน้าด้วยน้ำแข็งอีก 1-1.5 ทัพพี 
เติมน้ำตาลทรายแดง บนน้ำแข็ง 1 ช้อนชา


สาคูแคนตาลูป
ส่วนผสม
- สาคูเม็ดเล็ก, แคนตาลูป 
- กะทิ, น้ำตาลทรายขาว
วิธีทำ
ตั้งน้ำจนเดือดแล้วจึงใส่สาคูลงไปต้ม ด้วยไฟอ่อน ๆ กระทั่งเม็ดใส
แล้วพักไว้ ต้มกะทิจนสุกแต่ไม่ต้องแตกมัน 
ใส่น้ำตาลทรายขาวคนให้เข้ากัน ทิ้งไว้ให้เย็น 
เมื่อถึงเวลาจะกินจึงตักใส่ถ้วยหรือแก้วตามถนัด 
ใส่สาคูและแคนตาลูปที่หั่นเป็นชิ้นลงไป 
ชอบกินเย็น ๆ ก็เติมน้ำแข็งลงไปตามต้องการ.


เชอร์เบท
ส่วนผสม
- น้ำส้มคั้น, น้ำตาลทราย 
- เยลลาติน
วิธีทำ
เคี่ยวน้ำตาลทรายกับน้ำจนได้น้ำเชื่อม แล้วพักไว้กระทั่งเย็น  
จากนั้นผสมน้ำส้มคั้น และค่อย ๆ เทเยลลาตินซึ่งละลายด้วยน้ำร้อนกระทั่งเป็นน้ำใส ลงไป
คนให้เข้ากัน แช่ในช่องแข็งตู้เย็น กระทั่งแข็งเป็นเกล็ด 
นำออกมาปั่นด้วยเครื่องปั่นน้ำผลไม้ หรือเครื่องตีไข่
 เมื่อเนื้อละเอียดขึ้นแล้วกลับเข้าแช่ช่องแข็ง ให้เป็นเกล็ดน้ำแข็งอีก นำมาปั่นซ้ำ 
ทำเช่นนี้ 2-3 ครั้ง กระทั่งเนื้อละเอียดตามต้องการ 
ตักใส่ถ้วยปิดฝา แช่ในตู้เย็น.




คาราเมลคัสตาร์ดผลไม้

ส่วนผสมแป้ง
ส่วนผสมคัสตาร์ด นมสด 4 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ถ้วย ผงวานิลา 2 ช้อนชา ไข่ไก่ 6 ฟอง (ใช้ทั้งไข่ขาวไข่แดง 4 ฟอง และใช้เฉพาะไข่แดง 2 ฟอง) ผลไม้ต่างๆ ตามชอบ ส่วนผสมคาราเมล น้ำตาลทราย 1 ถ้วย น้ำ 1/ 4 ถ้วย
วิธีทำคาราเมล
นำน้ำตาลทรายและน้ำใส่ในหม้อไปตั้งไฟอ่อนจนกระทั่งน้ำตาลละลาย 
แล้วลดไฟลงเคี่ยวต่อประมาณ 5 - 10 นาที จนส่วนผสมข้นเหนียวเป็นคาราเมล (ห้ามคนเด็ดขาด) 
แล้วยกลงเทใส่ในพิมพ์ให้ทั่วก้นพิมพ์และพักทิ้งไว้
วิธีทำคัสตาร์ด       
นำนมสดและผงวานิลาใส่ลงในหม้อนำไปตั้งไฟพอเดือด ยกลงแล้วพักไว้ 
จากนั้นนำไข่มาตอกใส่ในชามผสม แล้วเติมน้ำตาลทรายคนให้เข้ากัน 
ค่อยๆ เทส่วนผสมของนมที่ต้มไว้ลงไปในส่วนผสมไข่แล้วคนให้เข้ากันอีกที 
(แต่อย่าเทนมลงไปรวดเดียวเพราะไข่จะสุกหมด ) 
และนำส่วนผสมที่ได้มากรองด้วยกระชอนตาละเอียด 
แล้วก็เทส่วนผสมใส่แม่พิมพ์ที่เตรียมไว้
       
หลังจากนั้น นำพิมพ์วางลงในถาดขอบสูง 
และเทน้ำเดือดจัด ๆ ลงในถาดให้ระดับของน้ำร้อนสูงเท่ากับระดับของส่วนผสมในพิมพ์ 
แล้วยกทั้งถาดใส่ในเตาอบไฟ 180 องศาเซลเซียส นาน 30 - 45 นาที 
ก็จะได้คาราเมลคัสตาร์ดและตกแต่งด้วยผลไม้อย่างสตรอเบอร์รี่และกีวี่ หรือผลไม้ต่างๆ ตามชอบ 
และควรนำไปแช่เย็นก่อนกิน เพื่อให้ได้เนื้อคัสตาร์ดที่อยู่ตัวกินแล้วเนื้อเนียนนุ่มลิ้น



เชอร์เบท
ส่วนผสม
แม้ไม่มีเครื่องทำเชอร์เบทโดยเฉพาะ ซึ่งร้านอาหารส่วนใหญ่ก็ไม่มี แต่เรายังสามารถทำเชอร์เบทกินเองได้ โดยเลือกผลไม้ตามความชอบ - น้ำส้มคั้น, น้ำตาลทราย - เยลลาติน
วิธีทำ
เคี่ยวน้ำตาลทรายกับน้ำจนได้น้ำเชื่อม แล้วพักไว้กระทั่งเย็น  
จากนั้นผสมน้ำส้มคั้น และค่อย ๆ เทเยลลาตินซึ่งละลายด้วยน้ำร้อนกระทั่งเป็นน้ำใส ลงไป
คนให้เข้ากัน แช่ในช่องแข็งตู้เย็น กระทั่งแข็งเป็นเกล็ด นำออกมาปั่นด้วยเครื่องปั่นน้ำผลไม้ หรือเครื่องตีไข่ 
เมื่อเนื้อละเอียดขึ้นแล้วกลับเข้าแช่ช่องแข็ง ให้เป็นเกล็ดน้ำแข็งอีก นำมาปั่นซ้ำ 
ทำเช่นนี้ 2-3 ครั้ง กระทั่งเนื้อละเอียดตามต้องการ เป็นอันเสร็จสรรพ ตักใส่ถ้วยปิดฝา แช่ในตู้เย็น.