<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศูนย์วิจัยและบริการมาตรวิทยา</title>
	<atom:link href="http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww</link>
	<description>การวัด การเทียบมาตรฐาน การสืบมาตรฐาน</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Mar 2012 02:07:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.3</generator>
		<item>
		<title>ความสามารถของห้องปฏิบัติการมาตรฐาน</title>
		<link>http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww/?p=44</link>
		<comments>http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww/?p=44#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Dec 2011 08:51:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มาตรวิทยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww/?p=44</guid>
		<description><![CDATA[กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกประกาศมาตฐาน มอก. 17025-2548 ใช้แทน มอก. 17025-2543 ซึ่งได้เคยประกาศใช้ในก่อนหน้านี้ เรื่อง ข้อกำหนดทั่วไปว่าด้วยความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบและห้องปฏิบัติการสอบเทียบ หรือรับเอา ISO/IEC 17025-2005 มาใช้แทน ISO/IEC 17025-2000 ในระดับเหมือนกันทุกประการ มีหัวข้อหลัก 5 ข้อ ประกอบด้วย ขอบข่าย มาตรฐานนี้ใช้ได้กับทุกที่ทำการทดสอบและ/หรือสอบเทียบ ไม่ว่าจะเป็นห้องปฏิบัติการระดับใดก็ตาม เอกสารอ้างอิง ให้ใช้เอกสารตามปีที่ระบุ ถ้าไม่ระบุปี ให้ใช้เอกสารฉบับล่าสุด ศัพท์และนิยาม ให้เป็นไปตาม ISO/IEC 17000 และ VIM ข้อกำหนดด้านการบริหาร มีข้อกำหนดระบุไว้ 15 ข้อ คือ องค์กร ระบบการบริหารงาน การควบคุมเอกสาร การทบทวนข้อตกลง ข้อเสนอและสัญญา การจ้างเหมาช่วงและการทดสอบและสอบเทียบ &#8230; <a href="http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww/?p=44">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกประกาศมาตฐาน มอก. 17025-2548 ใช้แทน มอก. 17025-2543 ซึ่งได้เคยประกาศใช้ในก่อนหน้านี้ เรื่อง ข้อกำหนดทั่วไปว่าด้วยความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบและห้องปฏิบัติการสอบเทียบ หรือรับเอา ISO/IEC 17025-2005 มาใช้แทน ISO/IEC 17025-2000 ในระดับเหมือนกันทุกประการ มีหัวข้อหลัก 5 ข้อ ประกอบด้วย <span style="text-decoration: underline;">ขอบข่าย</span> มาตรฐานนี้ใช้ได้กับทุกที่ทำการทดสอบและ/หรือสอบเทียบ ไม่ว่าจะเป็นห้องปฏิบัติการระดับใดก็ตาม <span style="text-decoration: underline;">เอกสารอ้างอิง</span> ให้ใช้เอกสารตามปีที่ระบุ ถ้าไม่ระบุปี ให้ใช้เอกสารฉบับล่าสุด <strong><span style="text-decoration: underline;">ศัพท์และนิยาม</span></strong> ให้เป็นไปตาม ISO/IEC 17000 และ VIM <span style="text-decoration: underline;">ข้อกำหนดด้านการบริหาร</span> มีข้อกำหนดระบุไว้ 15 ข้อ คือ องค์กร ระบบการบริหารงาน การควบคุมเอกสาร การทบทวนข้อตกลง ข้อเสนอและสัญญา การจ้างเหมาช่วงและการทดสอบและสอบเทียบ การจัดซื้อผลิตภัณฑ์และบริการ การให้บริการต่อผู้ใช้บริการข้อร้องเรียน การควบคุมการทดสอบและ/หรือสอบเทียบที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด การปรับปรุง การปฏิบัติการแก้ไข การปฏิบัติการป้องกัน การควบคุมบันทึก การตรวจติดตามคุณภาพภายใน การทบทวนการบริหารงาน รายละเอียดให้เป็นไปตาม ISO/IEC 17025:2005 ข้อ 4 และ <span style="text-decoration: underline;">ข้อกำหนดด้านวิชาการ</span> มีข้อกำหนดระบุไว้ 10 ข้อ คือ ข้อกำหนดทั่วไป บุคลากร สถานที่และภาวะแวดล้อม วิธีทดสอบและวิธีสอบเทียบและการตรวจสอบความใช้ได้ของวิธี เครื่องมือ ความสอบกลับได้ของการวัด การชักตัวอย่าง การจัดการตัวอย่างทดสอบและสอบเทียบ การประกันคุณภาพผลการทดสอบและสอบเทียบ การรายงานผล รายละเอียดให้เป็นไปตาม ISO/IEC 17025:2005 ข้อ 5</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww/?feed=rss2&amp;p=44</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเปลี่ยนสีของเพชรจากการอาบรังสีและการเผาอบ</title>
		<link>http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww/?p=31</link>
		<comments>http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww/?p=31#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Dec 2011 06:09:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อัญมณีศาสตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww/?p=31</guid>
		<description><![CDATA[เพชรได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีที่มีราคาแพงที่สุด มีคุณสมบัติครบถ้วนตามความหมายของอัญมณี 3 ประการ คือ มี ความสวยงาม ความคงทน และ ความหายาก ซึ่งอัญมณีทั่วไปมีคุณสมบัติเพียงประการเดียวก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้มูลค่าของอัญมณียังขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ 4 ประการ คือ น้ำหนัก ความสะอาด การเจียระไน และ สี เพชรที่นิยมโดยทั่วไปในท้องตลาดส่วนใหญ่เป็นเพชรใสไร้สี แต่ยังมีเพชรอีกกลุ่มหนึ่งที่มีราคาแพง เนื่องจากหายากมากในธรรมชาติ และมีคุณสมบัติของอัญมณีครบถ้วนทั้ง 4 ประการ คือ เพชรสี อย่างไรก็ตามเพชรดิบส่วนใหญ่จากเหมืองการผลิตไม่ได้มีคุณภาพสูง คือส่วนใหญ่จะมีสีเหลืองอ่อนหรือสีน้ำตาลอ่อน แต่เพชรเหล่านี้สามารถนำมาอาบรังสีให้เป็นเพชรสีได้เช่น สีเขียว สีเหลืองและสีชมพู การที่จะได้เพชรสีอะไรนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของเพชรตั้งต้นและสีสุดท้ายที่ต้องการ เช่นต้องการเพชรสีเขียว ก็อาบรังสีนิวตรอนอย่างเดียว แต่ถ้าต้องการเพชรสีเหลือง เพชรตั้งต้นใช้เป็นชนิด Ia (เพชรส่วนใหญ่ในธรรมชาติเป็นชนิดนี้) &#8230; <a href="http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww/?p=31">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพชรได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีที่มีราคาแพงที่สุด มีคุณสมบัติครบถ้วนตามความหมายของอัญมณี 3 ประการ คือ มี <span style="text-decoration: underline;">ความสวยงาม</span> <span style="text-decoration: underline;">ความคงทน</span> และ <span style="text-decoration: underline;">ความหายาก</span> ซึ่งอัญมณีทั่วไปมีคุณสมบัติเพียงประการเดียวก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้มูลค่าของอัญมณียังขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ 4 ประการ คือ <span style="text-decoration: underline;">น้ำหนัก</span> <span style="font-family: Georgia, 'Bitstream Charter', serif; color: #444444; line-height: 1.5; text-decoration: underline;">ความสะอาด</span><span style="font-family: Georgia, 'Bitstream Charter', serif; color: #444444; line-height: 1.5;"> </span><span style="text-decoration: underline;">การเจียระไน</span> และ <span style="text-decoration: underline;">สี</span> เพชรที่นิยมโดยทั่วไปในท้องตลาดส่วนใหญ่เป็นเพชรใสไร้สี แต่ยังมีเพชรอีกกลุ่มหนึ่งที่มีราคาแพง เนื่องจากหายากมากในธรรมชาติ และมีคุณสมบัติของอัญมณีครบถ้วนทั้ง 4 ประการ คือ เพชรสี อย่างไรก็ตามเพชรดิบส่วนใหญ่จากเหมืองการผลิตไม่ได้มีคุณภาพสูง คือส่วนใหญ่จะมีสีเหลืองอ่อนหรือสีน้ำตาลอ่อน แต่เพชรเหล่านี้สามารถนำมาอาบรังสีให้เป็นเพชรสีได้เช่น สีเขียว สีเหลืองและสีชมพู การที่จะได้เพชรสีอะไรนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของเพชรตั้งต้นและสีสุดท้ายที่ต้องการ เช่นต้องการเพชรสีเขียว ก็อาบรังสีนิวตรอนอย่างเดียว แต่ถ้าต้องการเพชรสีเหลือง เพชรตั้งต้นใช้เป็นชนิด Ia (เพชรส่วนใหญ่ในธรรมชาติเป็นชนิดนี้) อาบรังสีนิวตรอนแล้วต่อด้วยการเผาอบ แต่ถ้าต้องการเพชรสีชมพู เพชรตั้งต้นใช้เป็นชนิด Ib (มีปริมาณน้อยในธรรมชาติ) อาบรังสีนิวตรอนแล้วต่อด้วยการเผาอบเช่นกัน การตรวจสอบชนิดของเพชรตั้งต้นสามารถทำได้โดยใช้เทคนิคการดูดกลืนรังสีอินฟราเรด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww/?feed=rss2&amp;p=31</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาตรวิทยาและระบบการบริหารงานคุณภาพ</title>
		<link>http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww/?p=1</link>
		<comments>http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww/?p=1#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Dec 2011 11:12:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มาตรวิทยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกประกาศ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ฉบับใหม่ปี 2552 เกี่ยวกับ ระบบบริหารงานคุณภาพ : ข้อกำหนด มีเนื้อหาใจความหลักคือ ยกเลิก มอก. 9001-2544 เปลี่ยนเป็น มอก. 9001-2552 หรือก็คือเปลี่ยนจาก ISO 9001 : 2000 เป็น ISO 9001 : 2008 โดยจุดมุ่งหมายของข้อกำหนดในมาตรฐานนี้ คือส่งเสริมให้นำหลักการบริหารงานคุณภาพมาใช้งาน หลักการที่สำคัญคือ ระบบการจัดเก็บเอกสาร (documented system) ซึ่งแตกต่างจากระบบของเอกสาร (system of document) การจัดเก็บเอกสารอาจประกอบด้วย เอกสารที่ระบุนโยบายคุณภาพและเป้าหมายคุณภาพ คู่มือคุณภาพ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับระบบการบริหารงานคุณภาพ เป็นต้น มาตรฐานระบบการบริหารงานคุณภาพฉบับนี้มีหัวข้อหลักอยู่ 8 &#8230; <a href="http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww/?p=1">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกประกาศ <strong>มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม</strong> ฉบับใหม่ปี 2552 เกี่ยวกับ <strong>ระบบบริหารงานคุณภาพ : ข้อกำหนด</strong> มีเนื้อหาใจความหลักคือ ยกเลิก มอก. 9001-2544 เปลี่ยนเป็น มอก. 9001-2552 หรือก็คือเปลี่ยนจาก ISO 9001 : 2000 เป็น ISO 9001 : 2008 โดยจุดมุ่งหมายของข้อกำหนดในมาตรฐานนี้ คือส่งเสริมให้นำหลักการบริหารงานคุณภาพมาใช้งาน หลักการที่สำคัญคือ ระบบการจัดเก็บเอกสาร (documented system) ซึ่งแตกต่างจากระบบของเอกสาร (system of document) การจัดเก็บเอกสารอาจประกอบด้วย เอกสารที่ระบุนโยบายคุณภาพและเป้าหมายคุณภาพ คู่มือคุณภาพ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับระบบการบริหารงานคุณภาพ เป็นต้น มาตรฐานระบบการบริหารงานคุณภาพฉบับนี้มีหัวข้อหลักอยู่ 8 ข้อ คือ <span style="text-decoration: underline;">ขอบข่าย</span> <span style="text-decoration: underline;">เอกสารอ้างอิง</span> <span style="text-decoration: underline;">บทนิยาม</span> <span style="text-decoration: underline;">ระบบการบริหารงานคุณภาพ</span> <span style="text-decoration: underline;">ความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร</span> <span style="text-decoration: underline;">การบริหารด้านทรัพยากร</span> กำหนดให้มีรายละเอียดเป็นไปตาม ISO 9001 : 2008 ข้อ 1-6 ตามลำดับ มาตรวิทยาเกี่ยวข้องกับ ISO 9001 : 2008 คืออยู่ในข้อกำหนด ข้อ 7 <span style="text-decoration: underline;">ภาคการผลิต</span> และ ข้อ 8 <span style="text-decoration: underline;">การวัด การวิเคราะห์และการปรับปรุง</span><strong> หัวข้อย่อยที่ชัดเจน</strong><strong>คือข้อ </strong>7.6 การควบคุมอุปกรณ์ตรวจสอบและการวัด เพื่อให้แน่ใจได้ว่าสินค้าที่ผลิตได้มีความถูกต้อง อุปกรณ์การวัดต้องมีการเทียบมาตรฐาน ปรับแต่งถ้าจำเป็น มีการระบุสถานะการเทียบมาตรฐาน มีระบบป้องกันการปรับที่จะทำให้ผลการวัดไม่ถูกต้อง และ มีระบบป้องกันความเสียหายในระหว่างการใช้งาน ซ่อมบำรุงและเก็บรักษา</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pirun.ku.ac.th/~fsciwww/?feed=rss2&amp;p=1</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

