จากรายงานสถิติองค์การอาหารและเกษตรโลก(FAO) พบว่าปริมาณการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืชทางการเกษตรระหว่างปี คศ. 1950 - 1990 มีอัตราการขยายตัวของการใช้สูงกว่าการขยายตัวของผลผลิตโลกอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย การนำเข้า ปัจจัยการผลิตดังกล่าวมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มสูงขึ้นตลอดเวลา ทั้งนี้คิดเป็นมูลค่านับพันล้านบาท และจะเป็นต้องนำเข้าจากประเทศอุตสาหกรรมมากกว่า90%โดยนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกามากเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาได้แก่ ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ และ ญี่ปุ่น การนำเข้าปัจจัยการผลิตเหล่านี้ทำให้เกษตรกรในประเทศ ต้องเป็นฝ่ายพึ่งพาเทคโนโลยีการผลิตจากประเทศอุตสาหกรรม อย่างสิ้นเชิง และตกอยู่ในสภาพที่ยากจะแข่งขันกับเกษตรกรในประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากการทำการเกษตรในปัจจุบันเป็นระบบที่ต้องพึ่งพาปัจจัยการ ผลิตที่ต้องซื้อหามาในรูปของเงิน เช่น ปุ๋ยเคมี ฮอร์โมนและสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ฯลฯ ประกอบกับระบบการตลาดเกษตรที่ไม่มีหลักประกันทำให้ เกษตรกรส่วนใหญ่ที่มีฐานะยากจนอยู่แล้ว เสี่ยงต่อการขาดทุน และไม่มีความมั่นคงในอาชีพของตน
                ในการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชในทางการเกษตรนั้น สารเคมีส่วนใหญ่จะตกค้างอยู่ในสภาพแวดล้อมมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ถูกนำไปใช้ ประโยชน์
ทำให้เกิดผลกระทบในเชิงลบทั้งต่อสภาพแวดล้อมและสภาพนิเวศน์วิทยาทางการเกษตร เช่น การแพร่ระบาดของแมลงศัตรูพืช และโรค พืชชนิดใดชนิดหนึ่งอย่างรุนแรง ปัญหาการสะสมของสารเคมีทางการเกษตรและอนุพันธ์ของสารเหล่านั้นในดินที่ใช้เป็นพื้นที่เพาะปลูก เกิดการสะสม ของสารพิษตกค้างในแม่น้ำ ลำธารและแหล่งน้ำใต้ดินที่ไหลผ่านพื้นที่ดังกล่าว ตลอดจนก่อให้เกิดผลเสียโดยตรงต่อผู้บริโภค จากการตกค้างของสารเคมี ในผลผลิตทางการเกษตรที่นำไปใช้รับประทาน (UNEP, 1992)
      
                นอกจากนี้สารเคมีบางประเภทเช่น กลุ่มออร์กาโนคลอรีน (Organochlorine) ซึ่งเป็นสารเคมีที่สามารถกำจัดแมลงได้กว้างขวาง แต่ก็ตกค้าง อยู่ในสภาพธรรมชาติได้นาน และไม่สลายตัวง่ายๆ ตัวอย่างเช่น ดีทีที ซึ่งถึงแม้จะมีการยกเลิกการใช้ แลจำกัดการใช้สารกับพืชบางประเภทเท่านั้น แต่ก็ยัง สามารถตรวจพบสารตกค้างของดีทีทีอยู่ในแหล่งน้ำ ลำธาร ดิน หรือแม้แต่ในสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกด้วย ทั้งนี้เนื่องจากมีการถ่ายทอดไปตามลูกโซ่อาหารต่อๆ กันไปนั่นเอง นอกจากจะก่อให้เกิดปัญหาดังกล่าวแล้สว การใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชยังผลกระทบเชิงลบโดยตรงต่อผู้บริโภ คผลิตทางการเกษตร ทั้งนี้ เพราะพืชสามารถดูดซึมสารบางอย่างไว้ในเซลล์ของพืชได้
การตรวจพบสารพิษตกค้างในผลผลิตทางการเกษตรของคณะสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในปี พ.ศ.2532 พบว่าปัญหาสารพิษตกค้างในผลผลิตการเกษตรทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที จากการเก็บตัวอย่าง อาหารประเภทผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์กว่า 3000 ตัวอย่าง พบสารพิษประเภทออร์กาโนคลอรีน ออร์กาโนฟอสเฟตสูงกว่ามาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนดโดย FAO และ WHO ถึงร้อยละ 70 ของ จำนวนตัวอย่าง แนวโน้มการตกค้างและการปนเปื้อนของสารเคมีในผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรยังคงปรากฎอยู่อย่างต่อเนื่อง จากรายงานการ ประชุมทางวิชาการกองวัตถุมีพิษการเกษตร ประจำปี 2540(ศิริพันธ์, 2540) พบการปนเปื้อนของสารเคมีในผลผลิตข้าว 78% ของตัวอย่างทั้งหมดและ 38% ในผักตระกูลกะหล่ำ ในผลไม้พบสารพิษตกค้างกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต 58% ของตัวอย่างทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบว่า ผัก ผลไม้หลายชนิดมี ปริมาณสารพิษตกค้างเกินกว่าค่าสูงสุดที่ยอมรับให้มีได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค (maximum residue limit)

 

                จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมีภาระหน้าที่และบทบาทที่จะต้องเร่งดำเนินการที่จะแก้ไขปัญหา แสวงหาหนทางออกเพื่อ ให้เกษตรกรสามารถและมีความเชื่อมั่นในภูมิปัญญาของตนและบรรพบุรุษที่สั่งสมมานับพันปีดำเนินการผลิตในระบบเกษตรกรรมต่อไปได้ วิธีหนึ่งที่จะ ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้คือ ระบบการเกษตรที่ใช้ปัจจัยการผลิตที่พึ่งตนเองได้มากที่สุด วิทยาการและความรู้ใหม่ๆ ที่ใช้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อมและสภาพนิเวศน์ทางการเกษตรที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจศึกษาค้นคว้า พัฒนาการใช้ให้เหมาะสมกับสภาพท้อง ถิ่นต่างๆ และเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปนั้นเป็นวิทยาการ ที่คำนึงถึงหลักการพื้นฐานทางธรรมชาติ อาศัยพลังของธรรมชาติในการทำงานและอยู่บนหลักการที่ เอื้ออำนวยให้ธรรมชาติได้ทำหน้าที่ให้มากที่สุดและแทรกแซงธรรมชาติน้อยที่สุด การศึกษาการใช้สารสกัดจากพืชในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชจะช่วยสนับ สนุนหลักการปฏิบัติดังกล่าว เนื่องจากเป็นการใช้สารสกัดจากพืชที่มีอยู่ตามธรรมชาติและพบแพร่กระจายอยู่ในท้องถิ่นต่างๆ เป็นการใช้ปัจจัยการผลิตที่ ลงทุนน้อยและพึ่งพาตนเองได้โดยใช้เทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อนมาก อีกทั้งสารสกัดจากพืชยังไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อนิเวศน์วิทยาทางการเกษตรและสมดุลย์ ทางธรรมชาติ นอกจากนี้ยังไม่เป็นพิษต่อผู้บริโภคและสัตว์เลี้ยงอีกด้วย


 
Copyright ©2002 Agricultural Engineering and Technology, All rights reserved.
ภาควิชาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรสภาพ
คณะวิศวกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
ต.คลองหก อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 12110
โทรศัพท์ 0-2549-3362 แฟกซ์ 0-2577-1955