การทำการเกษตรในปัจจุบันจำเป็นต้องพึ่งพาสารเคมีต่าง ๆ เป็นต้นว่า ปุ๋ยเคมี ฮอร์โมนและสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ฯลฯ ในการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชในทางเกษตรนั้น สารเคมีส่วนใหญ่จะตกค้างอยู่ในสภาพแวดล้อม มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ นอกจากทำให้เกิดผลกระทบในเชิงลบต่อสภาพแวดล้อมแล้วสารเคมีเหล่านั้นยังไม่สามารถขจัดโรคระบาดของพืชได้ทันท่วงที อีกทั้งยังก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภค เนื่องจากรับประทานผลผลิตที่มีการตกค้างของสารเคมีอยู่ ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดแนวความคิดในการใช้สารสกัดจากพืชในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลทั้งต่อพืชและมนุษย์ การใช้สารสกัดจากพืชเป็นวิทยาการที่คำนึงถึงหลักพื้นฐานทางธรรมชาติ และอาศัยพลังของธรรมชาติในการทำงานที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อมน้อยที่สุดหรืออาจไม่เกิดเลย อีกทั้งการใช้สารสกัดจากพืชเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก เนื่องจากพืชดังกล่าวมีอยู่ตามธรรมชาติและกระจายอยู่ในท้องถิ่นต่าง ๆ จึงเป็นการใช้ปัจจัยการผลิตที่ลงทุนน้อยและพึ่งพาตนเองได้โดยใช้เทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อนมากและสารไม่เป็นพิษต่อผู้บริโภคและสัตว์

        คณะวิศวกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลได้ตระหนักถึงความสำคัญข้างต้นจึงได้มีแนวความคิดจัดตั้งโรงงานผลิตสารสกัดจากพืชท้องถิ่นที่หาง่าย คือสะเดา เนื่องจากเป็นพืชที่หาง่ายโดยมุ่งเน้นเพื่อให้เป็นโรงงานผลิตที่จะใช้เป็นแบบอย่างให้เกษตรกร ภาคเอกชน ตลอดจนผู้สนใจสามารถนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาการผลิตขั้นต่อไป นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานดีเหมาะสมต่อการนำไปใช้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชเป็นการดำเนินธุรกิจเกษตรที่พึ่งพาวัตถุดิบที่มีภายในประเทศเป็นการช่วยรัฐบาลลดการนำเข้าสารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชและช่วยทำให้ความสมดุลย์ของธรรมชาติที่สูญเสียไปกลับคืนมา ในการผลิตสิ่งใดก็ตาม จำเป็นต้องใช้ต้นทุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้นหาวิทยาการใหม่ ๆ จัดได้ว่าเป็นการใช้ต้นทุนค่อนข้างมาก การลงทุนทุกเรื่องแม้จะเกิดประโยชน์ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาว่าสิ่งที่ลงทุนไปนั้นจะคุ้มกับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือไม่ หากเป็นประโยชน์แต่เป็นการลงทุนที่สูงเกินไปไม่คุ้มค่าก็ไม่ควรทำ ฉนั้นการศึกษาต้นทุนการผลิตสารสกัดจากสะเดาไม่ว่าจะเป็นต้นทุนผลิตภัณฑ์ ต้นทุนการผลิตบรรจุภัณฑ์ ต้นทุนการส่งเสริมการตลาดและวิธีการส่งเสริมการตลาดที่ได้ผลจึงเป็นการศึกษาทีมีส่วนสำคัญยิ่ง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวางแผนงานกลยุทธ์การตลาด

1. เพื่อศึกษาต้นทุนต่อหน่วยในการผลิตสารสกัดสะเดา ต้นทุนการผลิตบรรจุภัณฑ์ ตลอดถึงต้นทุนการส่งเสริมการตลาด
2. เพื่อศึกษาจุดคุ้มทุนในการผลิตสารสกัดสะเดาเชิงธุรกิจ
3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของเกษตรกรที่มีต่อการใช้สารสกัดสะเดา
4. เพื่อศึกษาแนวทางในการกำหนดกลยุทธ์การตลาดอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่สุดสำหรับการเริ่มต้นจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารสกัดสะเดา

1. ได้แนวทางในการปรับปรุงต้นทุนการผลิตสารสะกัดสะเดา ต้นทุนการผลิตบรรจุภัณฑ์และต้นทุนในการส่งเสริมการตลาด
2. เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพ การกำหนดราคาและปริมาณการผลิตสารสะกัดสะเดาได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง
3. เป็นแนวทางในการวางแผนกลยุทธ์การตลาดด้านช่องทางการจำหน่ายด้านส่งเสริมการตลาดและด้านอื่น ๆ


     


 
Copyright ©2002 Agricultural Engineering and Technology, All rights reserved.
ภาควิชาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรสภาพ
คณะวิศวกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
ต.คลองหก อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 12110
โทรศัพท์ 0-2549-3362 แฟกซ์ 0-2577-1955