<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>WordPressTraining &#187; เรื่องเด่น</title>
	<atom:link href="https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?cat=9&#038;feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt</link>
	<description>สร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress</description>
	<lastBuildDate>Wed, 30 Jul 2014 06:15:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.9.1</generator>
	<item>
		<title>เพลง 7 วัน 7 สี</title>
		<link>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?p=49</link>
		<comments>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?p=49#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Jul 2014 02:48:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[tissaya]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[วีดีโอ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/bee/?p=49</guid>
		<description><![CDATA[แบบ Insert Video &#160; &#160; แบบฝัง Code &#160;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>แบบ Insert Video</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><iframe src="//www.youtube.com/embed/DBkcRRUBfeU" width="425" height="350"></iframe></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แบบฝัง Code</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><iframe src="//www.youtube.com/embed/fZUtSiJOx5U" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?feed=rss2&#038;p=49</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนูแฮมเตอร์</title>
		<link>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?p=19</link>
		<comments>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?p=19#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Jul 2014 07:08:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[tissaya]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[บทความพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[หนูแฮมเตอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/bee/?p=19</guid>
		<description><![CDATA[วิธีการเลี้ยงหนูแฮมเตอร์   (click : ที่มา)  อาหารหลักที่ควรให้แฮมสเตอร์ คือ ธัญพืชโดยจะโปรยอาหารลงบนพื้นก็ได้เพราะแฮมสเตอร์ไม่มีนิสัยชอบก้มกิน มันจะชอบหยิบอหารออกมากินนอกภาชนะมากกว่า โดยใช้เท้าหน้าจับอาหารกิน แต่การใช้ภาชนะมีข้อดี คือจะทำให้เราได้รู้ว่ามันเอาอาหารออกไปกิน มากน้อยแค่ไหน ถ้ามันป่วยเราก็รู้ได้ นอกจากนี้ การใส่ภาชนะยังทำให้อาหารและขี้เลื่อยไม่ปะปนกันทำให้การเปลื่ยนขี้เลื่อยทำได้ง่ายโยไม่ต้องทิ้งอาหารที่ปนกับขี้เลื่อย สิ่งที่ควรทราบในการให้อาหารแฮมสเตอร์1. อย่าให้ผักสด หรือผลไม้สดบ่อยๆหรือมากเกินไป การให้ผักสดควรให้แค่สัปดาห์ละครั้งเพราะอาจจะทำให้แฮมสเตอร์ท้องอืด หรือท้องเสียได้และหากมันกินไม่หมดควรจะเก็บทิ้งทันที2. พยายามอย่าเปลื่ยนอาหารแบบทันทีทันใด ควรจะค่อยๆ เปลื่ยนอาหารโดยเอาอาหารเก่า ผสมกับอาหารใหม่ และเพิ่มอัตราส่วนอาหารใหม่ให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนแทนที่อาหารเก่าในที่สุด อย่าเปลื่ยนแบบฉับพลัน 3. อาหารที่ควรหลีกเลื่ยงช็อคโกแลต โดยเฉพาะ Dark Chocolate เพราะมีสาร Theobromine ซึ่งเป็นพิษต่อแฮมสเตอร์ได้4. หลีกเลื่ยงผักผลไม้ ที่มีรสเปรี้ยวๆ เช่น มะนาว ส้ม สับปะรด เป็นต้น5. เราอาจจะเสริมโปรตีนให้กับแฮมสเตอร์ได้ โดยการให้อาหารเม็ดของแมวหรืออาหารสุนัขที่เป็น บิสกิต ใส่ลงไปได้บ้างเล็กน้อย ซึ่งช่วยเสริมโปรตีนและยังช่วยลับฟันแฮมสเตอร์ไม่ให้ยาวเกินไปอีกด้วย6. อาหารที่ไม่ปลอดภัยสำหรับแฮมสเตอร์ ได้แก่ หัวหอม มันฝรั่งดิบ กระเทียม น้ำอัดลม ลูกกวาด เป็นต้น7. หลีกเลี่ยงอาหารที่แหลมคม หรือ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://localhost/bee/wp-content/uploads/2014/07/Hamster.jpg"><img class="size-full wp-image-20 aligncenter" src="http://localhost/bee/wp-content/uploads/2014/07/Hamster.jpg" alt="Hamster" width="256" height="192" /></a></p>
<p><strong style="font-style: italic; color: #666666;">วิธีการเลี้ยงหนูแฮมเตอร์   (<a href="http://www.oknation.net/blog/HAMTER2009/2009/06/25/entry-2" target="_blank">click : ที่มา</a>) </strong></p>
<p><span style="color: #666666;">อาหารหลักที่ควรให้แฮมสเตอร์ คือ ธัญพืชโดยจะโปรยอาหารลงบนพื้นก็ได้เพราะแฮมสเตอร์ไม่มีนิสัยชอบก้มกิน มันจะชอบหยิบอหารออกมากินนอกภาชนะมากกว่า โดยใช้เท้าหน้าจับอาหารกิน แต่การใช้ภาชนะมีข้อดี คือจะทำให้เราได้รู้ว่ามันเอาอาหารออกไปกิน มากน้อยแค่ไหน ถ้ามันป่วยเราก็รู้ได้ นอกจากนี้ การใส่ภาชนะยังทำให้อาหารและขี้เลื่อยไม่ปะปนกันทำให้การเปลื่ยนขี้เลื่อยทำได้ง่ายโ</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="color: #666666;">ยไม่ต้องทิ้งอาหารที่ปนกับขี้เลื่อย </span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="color: #666666;">สิ่งที่ควรทราบในการให้อาหารแฮมสเตอร์</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="color: #666666;">1. อย่าให้ผักสด หรือผลไม้สดบ่อยๆหรือมากเกินไป การให้ผักสดควรให้แค่สัปดาห์ละครั้งเพราะอาจจะทำให้แฮมสเตอร์ท้องอืด หรือท้องเสียได้และหากมันกินไม่หมดควรจะเก็บทิ้งทันที</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="color: #666666;">2. พยายามอย่าเปลื่ยนอาหารแบบทันทีทันใด ควรจะค่อยๆ เปลื่ยนอาหารโดยเอาอาหารเก่า ผสมกับอาหารใหม่ และเพิ่มอัตราส่วนอาหารใหม่ให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนแทนที่อาหารเก่าในที่สุด อย่าเปลื่ยนแบบฉับพลัน </span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="color: #666666;">3. อาหารที่ควรหลีกเลื่ยงช็อคโกแลต โดยเฉพาะ Dark Chocolate เพราะมีสาร Theobromine ซึ่งเป็นพิษต่อแฮมสเตอร์ได้</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="color: #666666;">4. หลีกเลื่ยงผักผลไม้ ที่มีรสเปรี้ยวๆ เช่น มะนาว ส้ม สับปะรด เป็นต้น</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="color: #666666;">5. เราอาจจะเสริมโปรตีนให้กับแฮมสเตอร์ได้ โดยการให้อาหารเม็ดของแมวหรืออาหารสุนัขที่เป็น บิสกิต ใส่ลงไปได้บ้างเล็กน้อย ซึ่งช่วยเสริมโปรตีนและยังช่วยลับฟันแฮมสเตอร์ไม่ให้ยาวเกินไปอีกด้วย</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="font-style: italic; color: #666666;">6. อาหารที่ไม่ปลอดภัยสำหรับแฮมสเตอร์ ได้แก่ หัวหอม มันฝรั่งดิบ กระเทียม น้ำอัดลม ลูกกวาด เป็นต้น</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="font-style: italic; color: #666666;">7. หลีกเลี่ยงอาหารที่แหลมคม หรือ เหนียวหนืด</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="font-style: italic; color: #666666;">8. ขนมหรืออาหารหวานๆเพราะแฮมสเตอร์แคระมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้ </span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="font-style: italic; color: #666666;">9. หลีกเลี่ยง อาหารเม็ดของกระต่าย เพราะบางชนิดใส่สารอาหารบางอย่างที่ช่วยกระตุ้น การเจริญเติบโตในกระต่าย แต่เป็นอันตรายต่อแฮมสเตอร์</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="font-style: italic; color: #666666;">10. หลีกเลี่ยงผักผลไม้ที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเพรา</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?feed=rss2&#038;p=19</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แมวเปอร์เซีย</title>
		<link>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?p=13</link>
		<comments>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?p=13#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Jul 2014 07:00:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[tissaya]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[บทความพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/bee/?p=13</guid>
		<description><![CDATA[&#160; แมวเปอร์เซีย ถือเป็นราชินีแมวจากแดนตะวันออกกลางที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมีประวัติแมวเปอร์เซีย และวิธีเลี้ยงแมวเปอร์เซียมาฝาก           เพราะ แมวเปอร์เซีย เป็นแมวขนยาว หน้าตาน่าเอ็นดู หัวกลมสวย ตากลมโต มีหลายสีขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ รวมถึงหน้าตาก็มีหลายแบบ มีอุปนิสัยอ่อนโยน เข้ากับคนง่าย ร่าเริงซุกซน ชอบประจบประแจง และมีไหวพริบ ซึ่งแมวพันธุ์นี้นับเป็นแมวต่างประเทศที่ถูกนำเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยเป็นพันธุ์แรกด้วย           แมวเปอร์เซีย มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบเปอร์เซีย หรือประเทศตุรกี และอิหร่านในปัจจุบัน โดยในปี ค.ศ. 1684 ได้มีการบันทึกลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับที่มาของ แมวเปอร์เซีย หรือแมวเปอร์เซียน (Persian Cats) ว่า พ่อค้าทะเลทราย (หรือที่เรียกว่ากองคาราวาน) ทางแถบๆ ตะวันตกของตุรกีและอิหร่าน มักบรรทุกสินค้ามากมาย อาทิเครื่องเทศ อัญมณี และสินค้ามีค่าอื่น ๆ ซึ่งบางครั้งก็มีแมวขนยาวติดมาด้วย แมวขนยาวนั้นถูกซื้อโดยกะลาสีและได้นำแมวติดไปกับเรือสินค้าเดินทางเข้าทวีปยุโรป ซึ่งหลายปีต่อมาแมวพันธุ์นั้นถูกรู้จักในชื่อ เตอร์กิส แองโกร่า (Turkish Angora) &#160;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://localhost/bee/wp-content/uploads/2014/07/solid-color-e0b882e0b8b2e0b8a7.jpg"><img class="size-medium wp-image-15 aligncenter" src="http://localhost/bee/wp-content/uploads/2014/07/solid-color-e0b882e0b8b2e0b8a7-300x200.jpg" alt="solid-color-e0b882e0b8b2e0b8a7" width="300" height="200" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b style="color: #000000;"><span style="color: #000080;">แมวเปอร์เซีย ถือเป็นราชินีแมวจากแดนตะวันออกกลางที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมีประวัติแมวเปอร์เซีย และวิธีเลี้ยงแมวเปอร์เซียมาฝาก</span></b><br style="color: #000000;" /><br style="color: #000000;" /><span style="color: #000000;">           เพราะ </span><b style="color: #000000;">แมวเปอร์เซีย</b><span style="color: #000000;"> เป็นแมวขนยาว หน้าตาน่าเอ็นดู หัวกลมสวย ตากลมโต มีหลายสีขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ รวมถึงหน้าตาก็มีหลายแบบ มีอุปนิสัยอ่อนโยน เข้ากับคนง่าย ร่าเริงซุกซน ชอบประจบประแจง และมีไหวพริบ ซึ่งแมวพันธุ์นี้นับเป็นแมวต่างประเทศที่ถูกนำเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยเป็นพันธุ์แรกด้วย</span><br style="color: #000000;" /><br style="color: #000000;" /><span style="color: #000000;">           </span><span style="color: #000080;"><b>แมวเปอร์เซีย </b>มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบเปอร์เซีย หรือประเทศตุรกี และอิหร่านในปัจจุบัน โดยในปี ค.ศ. 1684 ได้มีการบันทึกลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับที่มาของ แมวเปอร์เซีย หรือแมวเปอร์เซียน (Persian Cats) ว่า พ่อค้าทะเลทราย (หรือที่เรียกว่ากองคาราวาน) ทางแถบๆ ตะวันตกของตุรกีและอิหร่าน มักบรรทุกสินค้ามากมาย อาทิเครื่องเทศ อัญมณี และสินค้ามีค่าอื่น ๆ ซึ่งบางครั้งก็มีแมวขนยาวติดมาด้วย แมวขนยาวนั้นถูกซื้อโดยกะลาสีและได้นำแมวติดไปกับเรือสินค้าเดินทางเข้าทวีปยุโรป ซึ่งหลายปีต่อมาแมวพันธุ์นั้นถูกรู้จักในชื่อ เตอร์กิส แองโกร่า (Turkish Angora)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?feed=rss2&#038;p=13</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โคอาลา (Koala)</title>
		<link>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?p=6</link>
		<comments>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?p=6#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Jul 2014 06:51:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[tissaya]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[Koala]]></category>
		<category><![CDATA[บทความพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[โคอาลา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/bee/?p=6</guid>
		<description><![CDATA[เริ่มต้นการเขียน WordPress   โคอาลา (Koala) เป็นสัตว์ในกลุ่มสัตว์จำพวกจิงโจ้ (ไม่ใช่หมี) ตัวเมียจะมีกระเป๋าหน้าท้อง สำหรับให้ลูกอ่อนอาศัยอยู่ จากการที่มันมีลักษณะรูปร่าง หน้าตาคล้ายสัตว์ในตระกูลหมี ทำให้คนส่วนมากเรียกมันว่า หมีโคอาลา (Koala bear) ถิ่นที่อยู่อาศัย โคอาลาอาศัยอยู่ในป่าที่มีต้นยูคาลิปตัส ปัจจุบันจะพบโคอาลาได้ที่ รัฐควีนส์แลนด์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐวิกตอเรีย และ รัฐเซาท์ ประเทศออสเตรเลีย ศัตรู ศัตรูที่สำคัญคือ มนุษย์ ซึ่งล่าเอาขนของมัน อาหาร โคอาล่ากินใบยูคาลิปตัสเป็น อาหาร ฟันและระบบย่อยอาหารถูกพัฒนามาให้สามารถกินและย่อยใบยูคาลิปตัสได้ ใบยูคาลิปตัวมีสารอาหารน้อยมาก และยังมีสารที่มีพิษต่อสัตว์ แต่ระบบย่อยอาหารของโคอาลามีการปรับตัว ทำให้สามารถทำลายพิษนั้นได้ โคอาลามีอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการย่อยไฟเบอร์ (ส่วนประกอบหลักของใบยูคาลิปตัส)]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>เริ่มต้นการเขียน WordPress</strong></p>
<p style="text-align: center;"> <a href="http://localhost/bee/wp-content/uploads/2014/07/Kola.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-7" src="http://localhost/bee/wp-content/uploads/2014/07/Kola.jpg" alt="Kola" width="266" height="189" /></a></p>
<p style="text-align: left;"><strong>โคอาลา (Koala)</strong> เป็นสัตว์ในกลุ่มสัตว์จำพวกจิงโจ้ (ไม่ใช่หมี) ตัวเมียจะมีกระเป๋าหน้าท้อง สำหรับให้ลูกอ่อนอาศัยอยู่ จากการที่มันมีลักษณะรูปร่าง หน้าตาคล้ายสัตว์ในตระกูลหมี ทำให้คนส่วนมากเรียกมันว่า หมีโคอาลา (Koala bear)</p>
<p><strong>ถิ่นที่อยู่อาศัย</strong></p>
<p>โคอาลาอาศัยอยู่ในป่าที่มีต้นยูคาลิปตัส ปัจจุบันจะพบโคอาลาได้ที่ รัฐควีนส์แลนด์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐวิกตอเรีย และ รัฐเซาท์ ประเทศออสเตรเลีย</p>
<p><strong>ศัตรู</strong></p>
<p>ศัตรูที่สำคัญคือ มนุษย์ ซึ่งล่าเอาขนของมัน</p>
<p><strong>อาหาร</strong></p>
<p>โคอาล่ากินใบยูคาลิปตัสเป็น อาหาร ฟันและระบบย่อยอาหารถูกพัฒนามาให้สามารถกินและย่อยใบยูคาลิปตัสได้ ใบยูคาลิปตัวมีสารอาหารน้อยมาก และยังมีสารที่มีพิษต่อสัตว์ แต่ระบบย่อยอาหารของโคอาลามีการปรับตัว ทำให้สามารถทำลายพิษนั้นได้ โคอาลามีอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการย่อยไฟเบอร์ (ส่วนประกอบหลักของใบยูคาลิปตัส)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?feed=rss2&#038;p=6</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
