<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>WordPressTraining &#187; หนูแฮมเตอร์</title>
	<atom:link href="https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?feed=rss2&#038;tag=%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%AE%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt</link>
	<description>สร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress</description>
	<lastBuildDate>Wed, 30 Jul 2014 06:15:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.9.1</generator>
	<item>
		<title>หนูแฮมเตอร์</title>
		<link>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?p=19</link>
		<comments>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?p=19#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Jul 2014 07:08:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[tissaya]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[บทความพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[หนูแฮมเตอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/bee/?p=19</guid>
		<description><![CDATA[วิธีการเลี้ยงหนูแฮมเตอร์   (click : ที่มา)  อาหารหลักที่ควรให้แฮมสเตอร์ คือ ธัญพืชโดยจะโปรยอาหารลงบนพื้นก็ได้เพราะแฮมสเตอร์ไม่มีนิสัยชอบก้มกิน มันจะชอบหยิบอหารออกมากินนอกภาชนะมากกว่า โดยใช้เท้าหน้าจับอาหารกิน แต่การใช้ภาชนะมีข้อดี คือจะทำให้เราได้รู้ว่ามันเอาอาหารออกไปกิน มากน้อยแค่ไหน ถ้ามันป่วยเราก็รู้ได้ นอกจากนี้ การใส่ภาชนะยังทำให้อาหารและขี้เลื่อยไม่ปะปนกันทำให้การเปลื่ยนขี้เลื่อยทำได้ง่ายโยไม่ต้องทิ้งอาหารที่ปนกับขี้เลื่อย สิ่งที่ควรทราบในการให้อาหารแฮมสเตอร์1. อย่าให้ผักสด หรือผลไม้สดบ่อยๆหรือมากเกินไป การให้ผักสดควรให้แค่สัปดาห์ละครั้งเพราะอาจจะทำให้แฮมสเตอร์ท้องอืด หรือท้องเสียได้และหากมันกินไม่หมดควรจะเก็บทิ้งทันที2. พยายามอย่าเปลื่ยนอาหารแบบทันทีทันใด ควรจะค่อยๆ เปลื่ยนอาหารโดยเอาอาหารเก่า ผสมกับอาหารใหม่ และเพิ่มอัตราส่วนอาหารใหม่ให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนแทนที่อาหารเก่าในที่สุด อย่าเปลื่ยนแบบฉับพลัน 3. อาหารที่ควรหลีกเลื่ยงช็อคโกแลต โดยเฉพาะ Dark Chocolate เพราะมีสาร Theobromine ซึ่งเป็นพิษต่อแฮมสเตอร์ได้4. หลีกเลื่ยงผักผลไม้ ที่มีรสเปรี้ยวๆ เช่น มะนาว ส้ม สับปะรด เป็นต้น5. เราอาจจะเสริมโปรตีนให้กับแฮมสเตอร์ได้ โดยการให้อาหารเม็ดของแมวหรืออาหารสุนัขที่เป็น บิสกิต ใส่ลงไปได้บ้างเล็กน้อย ซึ่งช่วยเสริมโปรตีนและยังช่วยลับฟันแฮมสเตอร์ไม่ให้ยาวเกินไปอีกด้วย6. อาหารที่ไม่ปลอดภัยสำหรับแฮมสเตอร์ ได้แก่ หัวหอม มันฝรั่งดิบ กระเทียม น้ำอัดลม ลูกกวาด เป็นต้น7. หลีกเลี่ยงอาหารที่แหลมคม หรือ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://localhost/bee/wp-content/uploads/2014/07/Hamster.jpg"><img class="size-full wp-image-20 aligncenter" src="http://localhost/bee/wp-content/uploads/2014/07/Hamster.jpg" alt="Hamster" width="256" height="192" /></a></p>
<p><strong style="font-style: italic; color: #666666;">วิธีการเลี้ยงหนูแฮมเตอร์   (<a href="http://www.oknation.net/blog/HAMTER2009/2009/06/25/entry-2" target="_blank">click : ที่มา</a>) </strong></p>
<p><span style="color: #666666;">อาหารหลักที่ควรให้แฮมสเตอร์ คือ ธัญพืชโดยจะโปรยอาหารลงบนพื้นก็ได้เพราะแฮมสเตอร์ไม่มีนิสัยชอบก้มกิน มันจะชอบหยิบอหารออกมากินนอกภาชนะมากกว่า โดยใช้เท้าหน้าจับอาหารกิน แต่การใช้ภาชนะมีข้อดี คือจะทำให้เราได้รู้ว่ามันเอาอาหารออกไปกิน มากน้อยแค่ไหน ถ้ามันป่วยเราก็รู้ได้ นอกจากนี้ การใส่ภาชนะยังทำให้อาหารและขี้เลื่อยไม่ปะปนกันทำให้การเปลื่ยนขี้เลื่อยทำได้ง่ายโ</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="color: #666666;">ยไม่ต้องทิ้งอาหารที่ปนกับขี้เลื่อย </span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="color: #666666;">สิ่งที่ควรทราบในการให้อาหารแฮมสเตอร์</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="color: #666666;">1. อย่าให้ผักสด หรือผลไม้สดบ่อยๆหรือมากเกินไป การให้ผักสดควรให้แค่สัปดาห์ละครั้งเพราะอาจจะทำให้แฮมสเตอร์ท้องอืด หรือท้องเสียได้และหากมันกินไม่หมดควรจะเก็บทิ้งทันที</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="color: #666666;">2. พยายามอย่าเปลื่ยนอาหารแบบทันทีทันใด ควรจะค่อยๆ เปลื่ยนอาหารโดยเอาอาหารเก่า ผสมกับอาหารใหม่ และเพิ่มอัตราส่วนอาหารใหม่ให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนแทนที่อาหารเก่าในที่สุด อย่าเปลื่ยนแบบฉับพลัน </span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="color: #666666;">3. อาหารที่ควรหลีกเลื่ยงช็อคโกแลต โดยเฉพาะ Dark Chocolate เพราะมีสาร Theobromine ซึ่งเป็นพิษต่อแฮมสเตอร์ได้</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="color: #666666;">4. หลีกเลื่ยงผักผลไม้ ที่มีรสเปรี้ยวๆ เช่น มะนาว ส้ม สับปะรด เป็นต้น</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="color: #666666;">5. เราอาจจะเสริมโปรตีนให้กับแฮมสเตอร์ได้ โดยการให้อาหารเม็ดของแมวหรืออาหารสุนัขที่เป็น บิสกิต ใส่ลงไปได้บ้างเล็กน้อย ซึ่งช่วยเสริมโปรตีนและยังช่วยลับฟันแฮมสเตอร์ไม่ให้ยาวเกินไปอีกด้วย</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="font-style: italic; color: #666666;">6. อาหารที่ไม่ปลอดภัยสำหรับแฮมสเตอร์ ได้แก่ หัวหอม มันฝรั่งดิบ กระเทียม น้ำอัดลม ลูกกวาด เป็นต้น</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="font-style: italic; color: #666666;">7. หลีกเลี่ยงอาหารที่แหลมคม หรือ เหนียวหนืด</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="font-style: italic; color: #666666;">8. ขนมหรืออาหารหวานๆเพราะแฮมสเตอร์แคระมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้ </span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="font-style: italic; color: #666666;">9. หลีกเลี่ยง อาหารเม็ดของกระต่าย เพราะบางชนิดใส่สารอาหารบางอย่างที่ช่วยกระตุ้น การเจริญเติบโตในกระต่าย แต่เป็นอันตรายต่อแฮมสเตอร์</span><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><br style="font-style: italic; color: #666666;" /><span style="font-style: italic; color: #666666;">10. หลีกเลี่ยงผักผลไม้ที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเพรา</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://pirun.ku.ac.th/~rdityt/?feed=rss2&#038;p=19</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
