
มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากส่วนต่างๆของสะเดาได้นับตั้งแต่ใบอ่อนและดอกใช้เป็นอาหารของมนุษย์ชาวอินเดียใช้
ใบสะเดารักษาโรคบางชนิดเช่น มาเลเรีย ท้องผูก เบาหวานและปวดท้อง นอกจากนี้ใบสะเดาสามารถใช้เป็นปุ๋ยพืชสดเพราะ
มีธาตุไนโตรเจน 5.6% ฟอสฟอรัส 1.1%และโปแตสเซียม 1.5% อีกทั้งยังใช้เป็นพืชอาหารสัตว์เช่น ห่านและแกะได้ส่วนของ
ลำต้นนำไปใช้ในการก่อสร้างบ้านทำเฟอร์นิเจอร์ต่างๆกิ่งใช้แทนแปรงและยาสีฟันเปลือกสามารถใช้ย้อมผ้านอกจากคุณสมบัติ
ดังกล่าวแล้วสารสกัดจากเมล็ดสะเดายีงสามารถใช้เป็นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันมีงานทดลองค้นคว้าวิจัย
ยืนยันผลการทดลองประสิทธิภาพของสารสกัดจากสะเดาในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชในต่างประเทศจำนวนมาก
เมล็ดสะเดาประกอบด้วยสารออกฤทธิ์สำคัญๆ หลายชนิดเช่น
azadirachtin, salannin, meliantriol, nimbin, minbidin,
desacetylsaiannin ฯลฯ แต่สารออกฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพต่อแมลงมากที่สุดคือ
azadirachtin ซึ่งเป็นสารประกอบพวก tetranortritepenoids
(Butterworth and Morgan, 1968) จากรายงานผลการวิจัยที่ผ่านมา
แสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากเมล็ดสะเดา (Azadirachta indica
A. Juss) สามารถนำมาใช้ในการป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช
ได้หลายชนิดและมีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชหลายลักษณะได้แก่ การมีฤทธิ์เป็นสารไล่แมลง (repellent), ยับยั้งการกินอาหาร (antifeedant) , ยับยั้งการเจริญเติบโต (growth inhibitor) ตลอดจนถึงการยับยั้งการวางไข่ของตัวเต็มวัย (Oviposition deterrent) (ขวัญชัย,
2536; Schmutterer, 1990; Schmutterer, 1995) นอกจากนี้สารสกัดจากสะเดายังมีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดไร
ศัตรูพืชต่างๆ ได้อีกด้วย (อัญชลี, 2537; Mansour and
Ascher, 1995; Rajasri et al., 1991, Sanguanpong and
Schmutterer, 1992; Schauer, M., 1980; Schauer and
Schmutterer. 1981; Schmutterer, 1990)
1 . การสลายตัวของสารสกัดจากสะเดาในสภาพธรรมชาติเป็นได้เร็วทำให้ไม่เกิดปัญกาพิษตกค้างในพืชหรือผล
ผลิตทางการเกษตรและสภาพแวดล้อม
2 . ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสัตว์เลี้ยง
3 . ประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ต่อแมลงศัตรูพืชและโรคพืชเฉพาะเจาะจงทำให้ไม่เป็นอันตรายต่อตัวเบียน
ตัวห้ำ แมงมุมและสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ ในระบ
บนิเวศน์วิทยาทางการเกษตร ่ช่น นก กบ เขียด ปลา ฯลฯ
1 . ปลูกง่ายและโตเร็ว (สามารถเจริญเติบโตได้ดีมีความสูงถึง 30 m.)
2 . ให้ผลผลิตตามธรรมชาติในปริมาณมากและสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในระยะเวลานาน ( อายุเริ่มให้ผล
ผลิตคืออายุตั้งแต่ 3-5 ปีขึ้นไปโดยให้ผลผลิตประมาณ
10-30 กก./ต้น เมื่ออายุ 10-14 ปีขึ้นไปให้ผลผลิต
30-50 กก./ต้น (น้ำหนักเมล็ดสด
1 กก. = 0.2 กก. น้ำหนักเมล็ดแห้ง)
3 . การเก็บเกี่ยวผลผลิตและการสกัดสารจากเมล็ดสะเดาเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรู
และเกิดโรคพืชสามารถทำได้ง่ายและสะดวก เช่น
การสกัดสารจากเมล็ดสะเดาด้วยน้ำ

การสกัดสารจากเมล็ดสะเดาโดยทั่วไปนิยมใช้ผล เมล็ดหรือเฉพาะเนื้อในของเมล็ดสะเดาตากแห้งมาสกัดด้วยน้ำหรือแอลกอฮอล์
เช่น เอทานอล (ethanol), ่มทานอล (methanol) ฯลฯ น้ำหรือแอลกอฮอล์เป็นตัวสกัดสารออกฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืชที่มีชื่อว่า Azadirachtin (C36H44O16) ซึ่งเป็นสารพวก Limonoid หรือ Tetranortriterpenoid (งามผ่อง,2536) ส่วนสุดท้ายที่เหลือจากการสกัด(กากสะเดา)สามารถนำไปตากแห้งระเหยเอาส่วนที่เป็นน้ำหรือสารตัวทำลายออก
ก็สามารถใช้เป็นปุ๋ญบำรุงดินหรือโรยดินเพื่อป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชในดินและยังใช้เป็นอาหารสัตว์ได้อีกด้วย
เป็นที่น่ายินดีว่าในปัจจุบันมีหน่วยงานของรัฐเช่น
มหาวิทยาลัย กรม กอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชนกำลังให้ความสนใจศึกษาหาแนวทางในการผลิตสารสกัดจากพืชโดยเฉพาะสารสกัดจากสะเดากันอย่างกว้างขวาง
ซึ่งกรรมวิธีในการผลิตและทดสอบนั้นยังมีมาตรฐานและผลิตภัณฑ์ที่ได้แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามความพยายามจัดตั้งโรงงานผลิตสารสกัดจากพืชโดยมุ่งเน้นเพื่อให้เป็นโรงงานผลิตที่จะใช้เป็นแบบอย่างให้
เกษตรกร ภาคเอกชน ตลอดจนผู้สนใจสามารถนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาการผลิตขั้นต่อไปนับว่าเป็นก้าวย่างที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีมาตรฐานดีเหมาะสมต่อการนำไปใช้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช เป็นการดำเนินธุรกิจเกษตรที่พึ่งพาวัตถุดิบที่มีภายในประเทศเป็นการช่วยรัฐลดอัตราการนำเข้าสารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชและช่วยทำให้สมดุลย์ธรรมชาติที่สูญเสียไปกลับคืนมา